Photo by charles from unsplash

ปัญหาไซส์ใหญ่ ที่คนไซส์เล็กไม่เข้าใจ

สิ่งที่หลายคนปรารถนา แต่ไม่รู้ว่ามีปัญหาคือไซส์ของอวัยวะเพศที่มีขนาดใหญ่จนเกินไป จนทำให้หลายครั้งสร้างปัญหาแก่เจ้าของ ซึ่งหากไม่เผชิญกับตัวก็คงไม่เข้าใจ

อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่มีไซส์เล็ก ปรภ ขอเตือนว่า การฉีดขยายขนาดอวัยวะเพศนั้น เสี่ยงอันตราย ไม่ว่าจะการติดเชื้อ เป็นหนอง ติดเชื้อไวรัสจากอุปกรณ์ที่ไม่สะอาด และอาจลุกลามจนเกิดเป็นมะเร็ง

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
carrot corn cucumber

ผู้ชายหลายคนมีความปรารถนาที่จะมีอวัยวะเพศขนาดใหญ่ เพราะเชื่อว่ามันช่วยสร้างความสุขให้อีกฝ่ายได้ และยังเป็นเครื่องยืนยันอำนาจและความภาคภูมิของความเป็นชาย แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่พบกับปัญหาเมื่อตนเองมีน้องชายที่ใหญ่จนเกินไป

จากการสำรวจในเว็บไซต์ Reddictors พบว่ามีหลายคนที่ไม่พอใจในขนาดใหญ่ของตัวเอง และต้องการลดขนาดให้เล็กลง แต่ก็ทำไม่ได้ วันนี้ ปรภ จึงรวบรวมปัญหาของผู้ที่มีไซส์ใหญ่มาแบ่งกัน เพราะเชื่อว่าไซส์เล็กที่อยากจะขยายร่างอาจจะไม่เข้าใจ ดังนี้

1. การคุกคามทางเพศ

ผู้ชายไซส์ใหญ่มีโอกาสถูกคนรอบข้างคุกคามทางเพศได้ง่าย เพราะการซ่อนขนาดของน้องชายเป็นเรื่องที่ยาก การคุกคามทางสายตาจึงเป็นสิ่งที่พบเจอเป็นประจำ และนี่คือเรื่องที่มีผู้มาเล่าประสบการณ์ของตัวเอง

…..การถูกคุกคามทางเพศเป็นปัญหาที่แย่ที่สุด ผมไม่อยากจะเชื่อว่ามีคนจำนวนมากที่นึกไม่ออกว่าการกระทำอะไรที่ไม่เหมาะสมบ้าง…..

…..ผมมีเทรนเนอร์ส่วนตัวที่เข้ากันในฐานะเพื่อนได้ดี แต่หลังจากนั้นผมเริ่มสังเกตเห็นการกระทำของเขา เขาเริ่มพูดถึงเป้าของผมที่ฟิตเนสไปจนถึงการจ้องมองและเล่าเรื่องรายละเอียดส่วนตัวกับผม ผมบอกว่าผมรู้สึกอึดอัดกับบทสนทนาเหล่านั้น แต่เขากลับบอกผมต้องทำตัวให้ชินกับการพูดคุยแบบนี้…..

…..สุดท้ายเขาบอกให้ผมถอดเสื้อผ้าออกตอนที่เราอยู่ในห้องล๊อคเกอร์ และเขาก็เริ่มพูดถึงเรื่องลามกที่เขาอยากจะโชว์ของลับให้ผมดู ผมออกมาจากตรงนั้นและตัดขาดกับเขาทันที …..

2. ผู้ชายคนอื่นมักจะอิจฉาคุณ

หลายครั้งที่คนไซส์ใหญ่ไม่ได้อยากจะโชว์น้องชาย แม้กระทั่งในห้องน้ำที่โถปัสสาวะ จึงทำให้หลายคนเลือกเข้าไปนั่งที่ชักโครกแทน อย่างไรก็ตามมีพนักงานออฟฟิศรายหนึ่งยืนปัสสาวะที่โถ แล้วเพื่อนร่วมงานมายื่นข้าง ๆ และนี่คือประสบการณ์ของหนุ่มคนนั้น

Photo by HelpStay.com on Unsplash
ceramic urinal sinks

…..ผมมักจะเข้าห้องน้ำก่อนเข้าประชุมเสมอ โดยส่วนใหญ่จะเข้าไปนั่งชักโครกแทนที่จะใช้โถ แต่วันนั้นห้องน้ำเต็ม และมีเพียงแค่โถฉี่เท่านั้นที่ว่างซึ่งที่กั้นระหว่างโถสูงเพียงหัวไหล่…..

…..ผมพยายามที่จะทำให้เร็วที่ แต่ผู้จัดการและเพื่อนร่วมงานสูง 190 ก็มาใช้โถข้าง ๆ…..

…..หนึ่งอาทิตย์ถัดมา ทุกคนซุบซิบนินทาเรื่องน้องชายไซส์ยักษ์ของผม และผมกลายเป็นคนที่ทุกคนพูดถึง แม้ปกติแล้วผมไม่ค่อยจะสนใจเรื่องคนอื่นอิจฉาผมเท่าไหร่นัก แต่นี่มันเหมือนกลับไปอยู่มอปลายอีกครั้ง…..

3. เซ็กส์ไม่ใช่เรื่องง่าย

อย่างที่เกริ่นไปตอนแรกว่าไม่ใช่ทุกคนที่ชอบผู้ชายไซส์ใหญ่ เพราะนอกจากจะเจ็บแล้ว มันยังไม่สนุกอีกด้วย และนี่คือประสบการณ์เซ็กส์ของหนุ่มไซส์ยักษ์ที่มองบางคนมองว่ามันเป็นของขวัญ แต่บางคนก็มองว่ามันคือคำสาป

silhouette of man
silhouette of man

…..ตอนที่ผมยังโสดนั้นผมมีคนที่คุยด้วยเยอะมาก แต่ก็มีหลายคนเหมือนกันที่เดินจากไปเพราะเซ็กส์ที่ “งั้น ๆ” ยังไงซะผมก็โชคดีที่ตอนนี้มีคนที่ทั้งรักผมและเจ้าโลกของผมมากเท่าๆกัน…..

…..น้องชายผมไม่ค่อยจะยาว (6.75 นิ้ว) แต่มันค่อนข้างใหญ่ (เส้นรอบวงราว 6 นิ้ว) มีเพียงแค่ไม่กี่คนที่จะรับผมได้ และมีหลายคนที่อยากจะอมของผมให้สำลัก แต่ผมก็ชอบนะ เลยไม่เป็นไร…..

…..ผมมีความสุขดีกับขนาดของตัวเอง แต่ผมเจอคนที่ยาว 10 นิ้วและใหญ่มาก ผมไม่เคยรู้มาจนกระทั่งเขาล้วงมันออกมา ผมคิดแค่ว่าจะไม่เอามันเข้าไปในตัวผมแน่นอน อย่างมากคงลองอมดู ซึ่งเขาบอกว่าคนส่วนมากอมได้แค่ส่วนหัวก็เต็มปากแล้ว ทำให้หลายครั้งเขาต้องยอมเป็นรับทั้งๆ ที่ปกติเป็นรุก เพื่อคบใครสักคน สุดท้ายผมกลายเป็นที่ปรึกษาให้เขาและไม่ได้มีอะไรกันอีก…..

4. การตื่นโดยไม่ได้ตั้งใจ

ผู้ชายทุกคนรู้จักการแข็งตัวโดยไม่ได้ตั้งใจเป็นอย่างดี โดยเฉพาะช่วงวัยรุ่นที่มันมักจะตื่นในช่วงเวลาที่เราไม่ต้องการ หลายคนจึงต้องใช้กระเป๋าหรือหนังสือเล่มใหญ่ปิดเอาไว้ เพราะมันจะนูนออกมาอย่างเด่นชัด สำหรับคนที่น้องชายใหญ่อยู่แล้ว นี่คือประสบการณ์ของเขา

Photo by jesse orrico on Unsplash
basketball court

…..ผมอยู่ในโรงยิมและสวมเสื้อผ้าสำหรับออกกำลังกาย แต่เพราะการสูบฉีดเลือดที่เพิ่มขึ้นจากการออกกำลังกาย ทำให้เกิดอาการแข็งแบบ ‘3/4’ ซึ่งทำให้หัวของผมหลุดออกไปอยู่นอกกางเกงพร้อมกับเป้าที่ตุงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผมต้องรีบไปเข้าห้องน้ำเพื่อรีบฉี่และจัดการมันให้เรียบร้อย…..

5. คนมองว่าคุณเป็นแค่เจ้าโลก

แม้ว่าไซส์ยักษ์จะไม่ใช่ขนาดที่ทุกคนชอบ แต่ก็มีกลุ่มคนที่ชอบน้องชายไซส์ยักษ์ แต่ก็อาจจะเป็นเหตุผลที่ไม่ค่อยดีนัก เพราะนั่นทำให้คนเข้าหาคุณเพียงเพราะน้องชายที่ใหญ่ และนี่เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่น่าประทับใจนัก

Man in red shadow
Shadow man

…..ในตอนแรกมันก็ไม่ได้มีผลอะไรมาก ผมค่อนข้างจะหาคู่ได้ง่ายด้วยซ้ำตอนที่ยังโสด แต่ช่วงเวลานั้นได้จบลง เพราะคนที่ผมเคยคบเอาเรื่องไซส์ของผมไปพูดกับคนอื่นได้ และแฟนคนปัจจุบันสารภาพว่า สาเหตุที่เขาเริ่มคุยกับผมก็เพราะว่าได้ยินเรื่องนี้นั้นแหละ นั่นทำให้ผมรู้สึกแย่…..

สรุป

บางอย่างที่เราคิดว่าดี อาจจะไม่ดีสำหรับคนอื่น เช่นเดียวกับอวัยวะที่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไปอาจทำให้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้เช่นกัน

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลบางส่วนจาก reddit.com

บทความน่าอ่านต่อ


<script data-ad-client="ca-pub-2367529442413944" async src="https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>

บทความล่าสุดในหมวด LGBT

• • •

• • •


Rose

ในวันที่เจ็บปวดจากความรัก

วันวาเลนไทน์สำหรับผู้ที่สมหวังในความรัก หลายคนจดจำภาพของการมอบดอกกุหลาบให้กัน ในมุมกลับกันสำหรับผู้ที่ผิดหวัง หรืออกหักจากความรัก มักเป็นวันที่อ่อนแอและเจ็บปวดกับบาดแผล ดอกกุหลาบที่ควรจะมอบให้กัน กลายเป็นหนามที่คอยทิ่มแทง ทำให้ผู้ที่ไม่สมหวังในความรักอยากจะข้ามวันนี้ไปเลยทีเดียว

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
Red Rose
Red Rose

เมื่อพูดถึงสัญลักษณ์ที่หลายคนยกให้คู่กับวาเลนไทน์คงหนีไม่พ้น ‘ดอกกุหลาบ’ ที่แม้จะสวยงามแต่หากไม่ระวัง หนามของมันก็พร้อมจะทิ่มแทง เหมือนความจริงของความรักที่ไม่ได้เป็นดอกกุหลาบที่สวยงาม แต่หากไม่ระวังมันจะสร้างความเจ็บปวดให้เช่นกัน

“ดีเจพี่อ้อย” นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล ดีเจชื่อดังและที่ปรึกษาด้านความรักแห่ง Club Friday ได้ให้คำแนะนำในการเยียวยาความเจ็บปวด จากความรักที่ไม่สมหวัง เอาไว้ดังนี้

สิ่งที่ควรทำเมื่อหักคืออะไร? 

…สิ่งที่ต้องยอมรับอันดับแรกคือ ‘ความจริง’ แต่ไม่ใช่ความจริงที่ว่าเราอกหัก หรือเลิกกับแฟน แต่เป็นความจริงคือ เราอ่อนแอ เราเสียใจ เราไม่เข้มแข็ง พี่ไม่อยากให้ใครเข้มแข็งจนผิดเวลา เพราะการที่เราพยายามเข้มแข็งในวันที่กำลังอ่อนแอ มันจะทำให้แผลเราใหญ่กว่าเดิม…

ต้องยอมรับความจริงว่าเสียใจและไม่ต้องคิดอะไรมาก ให้น้ำตาเป็นตัวช่วยเยียวยาและล้างพิษแผลใจ อย่าคิดว่าไม่อยากเสียใจ เพราะหากถึงเวลาที่จะต้องเสียใจก็ต้องเสียใจ เมื่อความรักไม่สมหวัง มันคือเรื่องเสียใจ หากเราฝืนและพยายามที่จะเข้มแข็งในวันที่อ่อนแอ เราจะรู้สึกแย่กับตัวเอง

เรามักชอบพูดกันว่า ‘ผู้ชายไม่ร้องไห้กันหรอก’ ซึ่งมันไม่จริง เพราะตอนเด็กผู้ชายคลอดจากท้องแม่ก็ร้องอุแว้ เหมือนโลกกำลังจะสอนเราว่า  ‘ถ้าตอนวินาทีแรกบนโลกเรายังร้องไห้ และตอนใช้เวลาในการเติบโต ทำไมจะร้องไห้ไม่ได้’ พี่เชื่อนะว่า ไม่มีใครร้องไห้ตายคาที่ แต่แค่ร้องไห้ตามอาการที่เป็น

a man cry
a man cry

ร้องไห้แล้ว…กลับมาปกติได้เมื่อไหร่?   

คนที่อกหักเสียใจได้ ร้องไห้ได้แบบไม่ต้องหาเหตุผลมาให้หยุดร้อง เพราะการยอมรับความอ่อนแอของตัวเองเท่ากับว่าเราได้เข้มแข็งไปแล้วกว่าครึ่ง การใช้วิธีการทางธรรมชาติเยียวยาจิตใจ ให้เวลากับหัวใจ ยอมรับความเสียใจ ซึ่งพี่มักจะบอกกับหลาย ๆ คนเสมอว่า ‘ให้อยู่รอดไปวัน ๆ เดี๋ยวก็รอดทุกวัน ให้วันนี้โอเคก่อน วันรุ่งขึ้นค่อยเริ่มต้นใหม่ ไม่แน่ตอนเย็นของอีกวันเราอาจจะไม่รู้สึกเจ็บอีกแล้วก็ได้’

การรับมือตามอาการก็ไม่ได้แย่นะ
แค่ให้เวลากับใจเราค่อย ๆ ยอมรับกับความเสียใจ

…เสียใจและร้องไห้จนกระทั่งเราตั้งคำถามในใจว่า ‘ขณะที่เราร้องไห้อีกฝ่ายกำลังทำอะไร’ หากเราร้องไห้ในวันที่เขาหัวเราะ มันเริ่มจะไม่ยุติธรรมต่อตัวเอง และเราจะกลับมาใช้ชีวิตไปตามปกติ…

Man leaning on counter
a man

ตัวช่วยให้เรากลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง

ในเวลาที่อกหัก หลายคนมักจะไม่แคร์โลก ไม่แคร์ใคร รวมถึงไม่แคร์เจ้าของเลือดเนื้อเชื้อไขของเราด้วย สำหรับพ่อแม่ที่ได้ยินลูกน้อยร้องไห้เพียงนิดเดียวก็จะรีบเข้ามาปลอบ แต่พอเราโตขึ้นกลับยอมคนอื่นให้มาทำเราเสียใจในเรื่องเดิมซ้ำ ๆ เท่ากับว่าเรายอมให้คนอื่นมาทำแก้วตาดวงใจของพ่อแม่พังสลาย

อย่ายอมให้ใครมาทำอะไรแย่ๆ
เพราะหัวใจพ่อแม่เจ็บที่สุด

…ในขณะที่เรายอมให้คนอื่นทำเราเสียใจในเรื่องเดิมซ้ำ ๆ เรากลับไม่ยอมให้พ่อแม่รู้ เพราะกลัวว่าทั้งคู่จะเกลียดคนที่เรารัก รายอมเจ็บและทน ซึ่งหากเรารู้สึกว่าสู้อยู่คนเดียว เราจะยอมอดทน แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เรารู้ว่ากำลังแบกความเจ็บปวดของพ่อแม่ด้วย เราจะมีสติให้กลับมาเข้มแข็งได้มากขึ้น…

Gay couple
Gay couple

สำหรับคนที่มีแฟนหลังจากโสดมานาน ดีเจพี่อ้อย ได้ชี้ ‘จุดผิดพลาดจุดใหญ่’ ที่หลายคนมักกระทำคือ การนำความสุขของตัวเองไปฝากเอาไว้ที่คนรัก และมองว่านั่นคือศูนย์รวมความสุขทุกอย่าง ซึ่งการกระทำเช่นนั้นจะทำให้อีกฝ่ายเหนื่อยกับการแบกความคาดหวัง  ดังนั้นหากเรามีคนรักแล้วยังอยู่แบบเป็นโสดได้ เราจะดูแลความสัมพันธ์ระหว่างคู่ของเราได้ดี สามารถเติมเต็มความสุขให้กันและกันโดยไม่ได้ต้องให้ฝ่ายใดเติมเต็มก่อน

…ไม่ว่าวันนี้เราจะมีคนให้รักหรือไม่
เราต้องรักตัวเองให้ได้ ต้องหวังดีในตัวเอง

เมตตาตัวเอง แต่ไม่เห็นแก่ตัว…

…การรักตัวเองกับการเห็นแก่ตัวต่างกันเพียงนิดเดียวคือ เรากำลังทำความเดือดร้อนให้คนอื่นอยู่หรือเปล่า?

หากความรักตัวเองของเราเริ่มทำให้คนอื่นเดือดร้อน จะกลายเป็นการเห็นแก่ตัวทันที แต่หากความรักตัวเองยังอยู่ภายใต้การไม่ทำความเดือดร้อนให้ใคร การอยากดูแลตัวเองให้ดี การอยากเป็นความสุขในมุมของตัวเอง นั่นแหละคือ ‘วันแห่งความรัก’

Pink Rose
Rose

สรุป

หากเรากำดอกกุหลาบเอาไว้ด้วยกำมือ สิ่งที่เราได้กลับมาคือบาดแผลที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด หากเราเรียนรู้ที่จะระวัง ดอกกุหลาบมีที่หนามก็ไม่อาจทิ่มแทงเราได้ เมื่อไหร่ที่เรามีความรักตัวเองมากพอ เราจะทำทุกอย่างแล้วมีความสุข และพร้อมที่จะแบ่งปันความรักให้กับคนอื่น เมื่อไหร่ที่จิตใจเราแข็งแรง เราก็จะดูแลคนใกล้ชิดและครอบครัวเราได้ รวมไปถึงการดูแลคนอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัวด้วยเช่นกัน

‘ชีวิตเราต้องแกร่งพอก่อนที่จะดูแลคนอื่น’ ดีเจพี่อ้อยสะท้อนการดูแลสุขภาพจิตใจของตัวเองให้พร้อมที่จะแบ่งปันแก่ผู้อื่น

ขอให้ทั้งคนโสด คนมีคู่ รวมถึงคนที่เพิ่งอกหัก เข้มแข็งกับทุกสิ่งที่เผชิญ อ่อนแอบ้างในบางครั้ง และรักตัวเองให้มาก ๆ เพราะความรักไม่ได้สวยงามเสมอไป

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ให้สัมภาษณ์โดยดีเจอ้อย นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล ดีเจชื่อดังและที่ปรึกษาด้านความรักแห่ง Club Friday

บทความน่าอ่านต่อ


บทความล่าสุดในหมวด Lifestyle

• • •

หลักจิตวิทยา สร้างคำตอบรับจากผู้ฟัง

• • •


gay 4.0

เกย์ไทย 4.0

ในยุคสมัยที่อะไรๆ ก็ 4.0 ไปหมด (แม้ว่าบางที่จะไป 5.0 แล้วก็ตาม) เราได้ยินคำว่า 4.0 ต่อกันมากมาย แต่เรารู้ไหมว่าอะไรคือ 4.0 แล้วทำไมเราถึงเห็นคำว่า 4.0 ต่อท้ายหลายสิ่งหลาย อย่าง วันนี้ปรภจึงขอนำ 4.0 นี้ มาต่อท้ายกับ “เกย์ไทย” บ้าง จึงเป็นที่มาของ เกย์ไทยยุค 4.0

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
Health Tecnology
Health Tecnology

ทำไมถึงต้องเกย์ 4.0 ? วันนี้จะพาเกย์ไทยทุกคนอัปเกรดตัวเองให้ก้าวทันยุค กลายร่างแบบเซเลอร์มูนเป็น เกย์ไทย 4.0 กัน แต่ก่อนที่เราจะไปถึง 4 เราต้องทำความรู้จักก่อนว่าแต่ละยุคมันคืออะไร

ยุคสมัย 1.0 – 4.0

  • 1.0 คือ การพัฒนาประเทศบนฐานรายได้ภาคเกษตรกรรมและหัตถกรรมเป็นหลัก
  • 2.0 คือ การพัฒนาประเทศโดยเน้นอุตสาหกรรมเบา เน้นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและแรงงานราคาถูก
  • 3.0 คือ การพัฒนาประเทศโดยใช้อุตสาหกรรมหนักเป็นตัวขับเคลื่อน เร่งรัดการผลิตเพื่อเป็นการส่งเสริมการส่งออก
  • 4.0 คือ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งจะนำไปสู่ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Value-Based Economy)” 

แต่ถ้าเป็นในโลกของเกย์เมื่อแบ่งออกมาเป็นยุคต่างๆ ปรภ เปรียบเปรยเอาไว้ดังนี้

เกย์ไทยยุค 1.0

ยุคแรกเริ่มที่เกย์เราเริ่มมีตัวตนมากขึ้นในสังคม หากเปรียบให้เห็นง่ายก็คงเป็นยุคของภาพยนตร์เรื่อง เพลงสุดท้าย (2528) ฉันผู้ชายนะยะ (2530) ในยุคนั้นเราเริ่มเห็นการมีตัวละครที่เรียกว่า “กะเทย” เสียส่วนใหญ่ และภาพบนจอมักเป็นเรื่องราวของชีวิตที่ไม่สมหวังของเพศที่สาม แต่ก็มีภาพยนตร์ที่เรียกเสียงหัวเราะตามมา เช่น สตรีเหล็ก (2543) พรางชมพู (2545) ปล้นนะยะ (2547) เป็นต้น

the last song, I am a-man, Iron Lady
Thai Film

ในยุคนั้นเราจะรู้จักกันในคำว่า ตุ๊ด แต๋ว กะเทย ฯลฯ เราเริ่มเห็นการมีตัวละครที่เป็นตัวตลก และสามารถสร้างเสียงหัวเราะให้กับคนดู และเป็นภาพจำมาจนถึงปัจจุบัน

เมื่อมองในสังคม เราจะเห็นว่าในยุคนี้ เริ่มมีการล้อเลียนด้วยคำว่า อัดถั่วดำ หรือตุ๋ยตูด หรืออื่นๆ ที่แสดงไปในเชิงล้อเลียน บวกกับภาพจำของความตลกเฮฮาบนแผ่นฟิล์มทำให้สังคมมองว่า ตุ๊ด หรือกะเทย จะต้องสร้างเสียงหัวเราะ สร้างความเฮฮา

เกย์ไทยยุคนี้จะยังไม่เฟื่องฟู การหาคู่อาจจะเป็นการพบเจอกันตามผับกลางคืน หรือตามสถานที่อโคจรต่างๆ ซึ่งหลายคนยังไม่กล้าแสดงออกและหลบซ่อนตัวอยู่ในเงามืดก็อาจจะต้องยอมแต่งงานกับผู้หญิงเพื่อให้เป็นที่ยอมรับในสังคม

เกย์ไทยยุค 2.0

ยุคนี้ที่เปลี่ยนภาพของชายรักชายโดยสิ้นเชิง คำว่า เกย์ (Gay) มีบทบาทมากขึ้น และเริ่มมีการใช้คำว่า ชายรักชาย ในทางวิชาการมากขึ้น

THE LOVE OF SIAM thai movie
THE LOVE OF SIAM (2550)

ภาพยนตร์ที่พลิกโฉมภาพลักษณ์ของชายรักชายคือภาพยนตร์เรื่อง รักแห่งสยาม (2550) และเพื่อนกูรักมึงวะ (2550) ที่เปลี่ยนภาพลักษณ์ของตุ๊ด และกะเทย สู่ เกย์แมน ลบภาพที่เกย์จะต้องเป็นคนที่สาววี๊ดว๊ายอย่างเดียว แต่ในอีกด้านก็ยังคงมีภาพยนตร์ที่เน้นไปด้านความบันเทิง เช่น หอแต๋วแตก (2550) หรือแต๋วเตะ ตีนระเบิด (2552) เป็นต้น

สังคมในยุคนั้นที่อินเทอร์เน็ตเริ่มมีบทบาทมากขึ้น การพูดคุยผ่าน MSN การสร้างสังคมออนไลน์ Hi5 ไปจนถึง facebook, twitter หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์อื่นๆ ทำให้เริ่มมีเกย์ส่วนมากเปิดเผยตัวออกมา มีการแสดงออกกันมากขึ้น การเปิดเผยของเกย์บนสังคมออนไลน์อ่านต่อได้ที่
ผมเป็นเกย์ครับ คลิก

Bangkok Love (2550) thai movie
Bangkok Love (2550)

เริ่มมีคู่รักชายรักชายให้เห็นบ้างในสังคม ซึ่งมีการยอมรับได้ในส่วนหนึ่ง เริ่มมีการพบปะกันของกลุ่มชายรักชาย มีการวันไนท์สแตนด์เกิดขึ้นระหว่างกันมากมาย เป็นยุคที่ผับและบาร์เกย์เฟื่องฟูและถือเป็นยุคที่เอชไอวีเริ่มแพร่กระจายในกลุ่มที่ไม่มีการป้องกัน อ่านเรื่องราวความรักของเกย์ที่มีเชื้อเอชไอวีได้ที่ ใช้ชีวิตกับ HIV คลิก

เกย์ไทยยุค 3.0

จากที่ประสบสำเร็จกับยุค 2.0 ทำให้เริ่มมีรายการโทรทัศน์ มีซีรีส์ และเริ่มมีสาววายเกิดขึ้น มีผู้ที่คลั่งไคล้กลุ่มชายรักชาย มีความชอบที่จะเห็นผู้ชายสองคนรักกัน มีคนรู้จักคำว่า LGBTQ มากขึ้น (L = Lesbian, G= Gay, B = Bisexual, T = Transgender / Transsexual, Q = Queer) เป็นยุคที่สื่อที่มีเนื้อชายรักชายสามารถอยู่บนจอแก้ว (โทรทัศน์) ได้อย่างไม่แปลก ไม่ว่าจะรายการเทยเที่ยวไทย (2554 – ปัจจุบัน) เลิฟซิคเดอะซีรีส์ (2557) มาจนถึง ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ เดอะซีรีส์ (2559) โซตัส เดอะซีรีส์ (2560) รายการแดร็ก เรซ ไทย (2561) รวมไปถึง ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะเฟค (2562) ฯลฯ

รายการและซีรีส์ที่เป็นเรื่องราวของเกย์ หรือกะเทย ที่แบ่งแยกอย่างชัดเจน ทำให้สังคมเริ่มมีความเข้าใจและเริ่มใช้คำว่า “กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ” มากขึ้น

Tootsie and the fake (2562)
Tootsie and the fake

ในยุคนี้ เกย์ไทยใช้เทคโนโลยีมากมาย ไม่ว่าจะแอปพลิเคชันแชทเฉพาะกลุ่ม หรือที่หลายคนเรียกมันว่า แอปฯหาคู่ ไม่ว่าจะเป็น Grindr, JackD, Hornet, BlueD etc. ด้วยการสื่อสารที่เชื่อมโยงถึงกัน และเราระบุตัวตน “เกย์” ได้ง่ายขึ้น ทำให้เกย์เราหาคู่รัก หรือคู่นอน กันได้ง่ายขึ้น เกิดเป็นเครือข่ายเกย์ที่เกิดการ “กินกันเป็นวงกลม” และเมื่อได้กันง่าย ก็ “เท” กันง่ายเช่นกัน ถ้าอยากรู้ว่าเกย์ส่วนใหญ่ใช้คำอะไรทักทายกัน อย นน สส คืออะไร ทำไมเกย์ต้องถามก่อนนัดยิ้ม คลิก และ “สาวไหม” คำถามฮิตที่เกย์ต้องเจอ

อย่างไรก็ตามในยุคนี้มีเทคโนโลยีการป้องกันเอชไอวีที่มาในรูปแบบของยาต้าน ยา PrEP ยา PEP เป็นต้น ซึ่งการมีตัวยานี้ รวมไปถึงการมีอยู่ของแอปพลิเคชั่นเกย์ ทำให้หลายคนมีเพศสัมพันธ์กันโดยไม่ป้องกันมากขึ้น ทำความรู้จักกับยา PrEP PEP ต่างกันอย่างไร ใครควรกิน

เกย์ไทยยุค 4.0

คือวันนี้ ตอนนี้ และอนาคตที่มันกำลังจะเป็นไป ตัวเราคือผู้ที่จะกำหนดไปด้วยกัน ปรภ ไม่รู้ว่าอนาคตเกย์ไทยจะเป็นอย่างไร แต่จากสถานการณ์ตอนนี้ แม้ว่าหลายคนจะบอกว่าสังคมไทยคือสังคมที่เปิดอิสระเสรี สวรรค์ของชาวสีม่วง แต่หากมองกลับมายังเรื่องใกล้ตัวยังมีอีกหลายครอบครัวที่ กว่าจะรับได้ ที่ลูกเป็นกะเทย กลุ่มชายรักชายยังคงไม่มีสิทธิ์ในเรื่องง่าย ๆ เช่น การจดทะเบียนสมรส รวมไปถึงการอยู่ในหน้าที่การงานในบางสายอาชีพ ที่หลายคนยังคงนำภาพจำในอดีตมาเป็นตัวตัดสิน เพราะยังไม่เข้าใจว่า ความหลากหลายทางเพศคืออะไร

Drag Queen
Drag Queen

แม้ว่า WHO จะประกาศแก้ไขคู่มือ ICD-11 ว่า การมีเพศสภาพไม่สอดคล้องกับเพศกำเนิดไม่ถือว่าเป็นอาการป่วยทางจิต โดยการที่เพศสภาพไม่สอดคล้องกับเพศกำเนิด ได้ถูกลบออกหมวด ‘ความผิดปกติทางจิตและพฤติกรรม’ และย้ายไปอยู่ในหมวด ‘กรณีที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพทางเพศ’ แทน

นอกจากนี้ WHO ยังอธิบายอีกว่า “การมีเพศสภาพไม่สอดคล้องกับเพศกำเนิด” มีหลักฐานพิสูจน์ชัดเจนว่าไม่ใช่อาการทางจิตเวช ซึ่งการระบุว่าคนข้ามเพศเป็นโรคหรือปัญหาสุขภาพจะเป็นการตีตราคนข้ามเพศอย่างร้ายแรง

สังคมที่บอกว่าเปิดกว้างนั้นยังคงคาดหวังให้เกย์ไทยทำอะไรดีๆ เพื่อสังคมอีกมากมาย แต่อยากให้มองกลับมาที่ตัวเอง ที่เราเองก็เป็นคนไม่ต่างอะไรจากเพศชายหรือเพศหญิง ที่เราก็มีความรู้สึกนึกคิด มีความผิดชอบชั่วดี มีความรัก มีความเกลียด สามารถทำผิดพลาด สามารถหกล้ม ร้องไห้ เสียใจ

สังคมมักบอกว่า จะเป็นเกย์ก็ได้ แต่ขอให้เป็นคนดี มันคือการคาดหวังให้ชายรักชายเป็นคนดีเพียงอย่างเดียวซึ่งถือเป็นการฝากภาระเอาไว้ให้กับเกย์ไทย

woman be proud on rainbow color
woman be proud

ปรภ เชื่อว่ามีเกย์หลายคนที่ไม่เก่ง ที่เป็นขโมย ที่เป็นขอทาน หรือเกย์ในมุมมืดอื่นๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าเพศไหนก็ย่อมมีสีดำด้วยกันทั้งนั้น แต่อยากให้เกย์ในมุมมืดมีกำลังใจ และหันมาร่วมกันทำให้ภาพลักษณ์ของเกย์ไทยในยุค 4.0 ที่เราจะร่วมสร้างไปด้วยกัน เป็นอีกหนึ่งพลังความดีที่จะส่งต่อและเชื่อมโยงกันและกัน สู่สังคมไทยที่เปิดรับเกย์ไทยอย่างแท้จริง

จะเป็นเกย์ 4.0 ยังไง?…สิ่งแรกที่ควรทำคือ เลิกเหยียดกันเอง เลิกเหยียดซ้อนเหยียด ให้เกียรติเกย์สาวเฉกเช่นเดียวกับเกย์แมน ไม่ว่าเขาจะอยู่ในบริบทใด

สรุปเกย์ไทยยุค 4.0 คืออะไร?

“…มันคืออนาคตใหม่ของพวกเรา ที่จะช่วยกันสร้างมันขึ้นมา ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด พัฒนาตัวเองสม่ำเสมอ หากพบกับข้อกังขาที่จะมีเรื่องเพศสภาพมาเป็นอุปสรรค ขอให้ทุกคนก้าวผ่านมันไป คนที่ดูถูกหรือเหยียดหยามเรา เมื่อเขากระทำเสร็จ เขาก็ลืมและจากไป มีแต่ปมที่เราสร้างขึ้นด้วยจิตสำนึกของเราเองที่จะผูกปมเอาไว้ จงปลดปล่อยปมนั้น และทิ้งมันไป ตราบใดที่เราเป็นตัวเรา อาจจะไม่ต้องดีมาก เป็นแบบที่เป็น ก้าวผ่านกำแพงคำดูถูกเหยียดหยามให้ได้ และออกมาสู่แสงสว่างที่พร้อมจะส่องประกายให้ทุกคนได้เห็นสีขาวในตัวเรา…”

ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ติดกับบางปัญหาในชีวิต
ฝ่าฟันมันไปให้ได้นะครับ

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลบางส่วนจาก haiharvardwu gotoknow.org positioningmag.com voicetv.co.th

บทความน่าอ่านต่อ


<script data-ad-client="ca-pub-2367529442413944" async src="https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>

บทความล่าสุดในหมวด LGBT

• • •

• • •


two man with text safe sex position in thai language

เทคนิคมือใหม่ เข้าประตูหลังปลอดภัย

กิจกรรมทางเพศหรือการมีเพศสัมพันธ์ทางประตูหลังหลายคนอาจจะมองว่าไม่ใช่เรื่องยาก แต่อันที่จริงแล้ว การมีเซ็กส์ทางทวารหนักอาจมีความเสี่ยงที่คุณไม่รู้ มาร่วมกันไขกุญแจเปิดประตูลับ ให้ร่วมรักทางประตูหลังอย่างมีความสุขและปลอดภัยกันเถอะ

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
Brown Padlock
Brown Padlock

หลายคนอาจเข้าใจว่าการเข้าประตูหลังเป็นกิจกรรมของเกย์ หรือชายรักชายเพียงอย่างเดียว แต่จากงานวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศในสหรัฐอเมริกา พบว่า 20% ของผู้ชายอายุระหว่าง 25-49 ปี และผู้หญิงอายุ 20-39 ปี เคยมีเพศสัมพันธ์ทางประตูหลัง อย่างไรก็ตามการเล้าโลมให้คู่ของคุณเป็นกุญแจสำคัญอันดับหนึ่งในการมีกิจกรรมทางเพศ เพราะนอกจากจะช่วยให้อีกฝ่ายได้รับความสุขแล้ว ยังช่วยสร้างความผูกพัน และความรักให้เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย

ขั้นตอนการเล้าโลม ฉบับมือใหม่

  • สัมผัสเนื้อตัวของคู่รักอย่างถ้วนถี่เพื่ออุ่นเครื่อง
  • นวดคลึงเนินเนื้อทั้งบนและล่าง อาจใช้ปากช่วยวนเวียนจนสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายมีอารมณ์
  • การใช้นิ้วและลิ้นช่วยทำออรัลเซ็กส์ ถือเป็นการเล้าโลมที่มีประสิทธิภาพสูง
  • กิจกรรมทางเพศเป็นเรื่องของสองคน นอกจากคุณจะเป็นฝ่ายเล้าโลมแล้ว การให้อีกฝ่ายพลิกบทบาทมาเป็นฝ่ายทำก็ช่วยสร้างบรรยากาศในอีกรูปแบบ หรือจะใช้วิธีหกเก้าก็ยิ่งช่วยได้เป็นอย่างดี
two man shirtless in the rain
gay couple

อันที่จริงแล้วเซ็กส์ทางประตูหลังไม่ใช่ช่องทางปกติในการมีเพศสัมพันธ์ และยังเสี่ยงต่อการที่ทวารหนักจะฉีกขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นมือใหม่หัดเข้าประตูอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ แต่มีหลายวิธีที่จะช่วยให้การเข้าประตูหลังเป็นไปอย่างปลอดภัย ดังนี้

มือใหม่หัดเข้าประตูหลัง

  1. ชำระล้างทำความสะอาดก่อนเริ่มกิจกรรมรัก อ่านวิธีทำแท้งสำหรับเกย์รับ คลิก
  2. กระตุ้น เล้าโลมให้คู่ของคุณมีอารมณ์พลุ่งพล่านถึงขีดสุด
  3. ใช้นิ้วค่อยๆ สำรวจประตูหลัง พยายามสร้างความคุ้นเคยให้อีกฝ่ายเปิดประตูต้อนรับจากนั้นอาจลองสอดนิ้วเข้าออกเบาๆ หรือช่วยล้างตู้เย็นให้อีกฝ่าย อ่านวิธีการล้างตู้เย็น คลิก
  4. ใช้สารหล่อลื่นช่วยให้เข้าง่าย ให้นิ้วค่อยๆ ทำความคุ้นเคยกับประตูรัก
  5. ชโลมสารหล่อลื่นกับน้องชายแล้วค่อยๆ เปิดประตูอย่างนิ่มนวล หากอีกฝ่ายเจ็บให้หยุดค้างไว้สักครู่ค่อยเข้าใหม่ อย่าฝืน อย่าเร่ง อย่ารีบ
  6. หากเข้าไม่ได้ให้หยุดพักค้างเอาไว้สักครู แต่อย่าปลดอาวุธออกทั้งหมด มิเช่นนั้นคุณอาจทำให้อีกฝ่ายเจ็บยิ่งกว่าเดิม และอาจจะไม่ได้เข้าไปอีกเลย
  7. เมื่ออีกฝ่ายเปิดประตูต้อนรับแบบสุดบานแล้วให้เริ่มช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป
Orange room with open door
Orange room

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าการมีเซ็กส์ทางประตูหลังมันทำได้มากกว่าท่าเบสิค หรือท่ามิชชินนารี่ การทดลองหลายๆ ท่า หลายลีลาเพื่อความรู้สึกแปลกใหม่ จะทำให้กิจกรรมทางเพศมีอรรถรสมากยิ่งขึ้น แต่หากหักโหมมากไปเกินไปอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่ชำนาญควรมีเซ็กส์ด้วยท่าที่ปลอดภัยดังนี้

7 ท่าเข้าประตูหลังที่ปลอดภัย

1. Missionary

Missionary Sex position for gay
Missionary

ท่าธรรมดาที่ดูไม่ธรรมดา มักเป็นท่าแรกเริ่มของหลายๆ คน และยังเป็นท่าที่มักจะเป็นท่าปิดจบในตอนท้าย โดยท่านี้อาจจะทำให้ฝ่ายรับรู้สึกเขิน เพราะจะเป็นการนอนเผยอวัยวะของตัวเองให้ฝ่ายรุกเห็นแบบเต็มตา

2. Victory

Sex position for gay
Victory

ท่าที่ถูกพัฒนาต่อมาจากท่า Missionary โดยให้ฝ่ายรับยกขาขึ้นสูง หรือยกเป็นตัว V จนเกือบชิดอก ซึ่งจะทำให้ฝ่ายรุกเข้ามาได้ลึกมาขึ้น โดยท่านี้อาจต้องอาศัยการช่วยจับขาของฝ่ายรุกเพื่อให้ฝ่ายรับไม่มีอาการเมื่อยขานั่นเอง

3. Men on Top

Men on Top Sex position for gay
Men on Top

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า Women on top กันมาบ้าง แต่สำหรับท่านี้ก็ไม่แตกต่างกัน เพราะเป็นท่าที่ให้ฝ่ายรับขึ้นนั่งคล่อมบนตัวของฝ่ายรุก ภาษาชาวบ้านก็คงหนีไม่พ้น “นั่งเทียน” ซึ่งเปรียบเปรยเจ้าน้องชายเป็นเทียนนั่นเอง ฝ่ายรับสามารถควบคุมจังหวะและการเคลื่อนไหวของกิจกรรมได้ตามใจต้องการ และยังเข้าถึงลึกถึงใจ แต่อย่างไรก็ตามท่านี้ต้องระมัดระวังความรุนแรงสักหน่อย เพราะหากโยกแรงเกินไปอาจทำให้ฝ่ายรุกเจ็บได้

4. Reverse Cowboy

Reverse Cowboy Sex position for gay
Reverse Cowboy

ท่านี้คล้ายกับท่า Men on top เพียงแต่ให้ฝ่ายรับหันหลังให้ฝ่ายรุก คอยควบคุมจังหวะ และความเร็วความแรง ถือเป็นท่าที่เข้าไปได้ลึกมากเลยทีเดียว

5. Doggie Style

Doggie Style Sex position for gay
Doggie Style

ท่ายอดฮิตที่หลายคนมักติดปากเรียกว่า “ท่าหมา” ที่ฝ่ายรุกจะสอดใส่น้องชายจากทางด้านหลัง และฝ่ายรับอยู่ในท่าคลานเข่า ซึ่งท่านี้สามารถทำให้ฝ่ายรับเคลิ้มจนสำเร็จได้ด้วยตัวเอง เพราะท่านี้จะทำให้เข้าลึกจนกระตุ้นจุดกระสันของฝ่ายรับได้นั่นเอง

6. The Fan

The Fan Sex position for Gay
The Fan

ท่าต่อยอดจากท่าหมา โดยให้ฝ่ายรับยืนขึ้น และอาจจะใช้มือค้ำกับเตียง โต๊ะ เก้าอี้ ซึ่งท่านี้คนส่วนใหญ่ก็มักจะทำกันที่ขอบเตียง โดยให้ฝ่ายรุกเข้าจากด้านหลังเช่นกัน ท่านี้อาจจะยากสำหรับมือใหม่ ควรฝึกท่าอื่นให้ชำนาญก่อนมิเช่นนั้นอาจบาดเจ็บได้

7. Spooning

Spooning Sex position for Gay
Spooning

ท่านี้เป็นหนึ่งในท่าที่อบอุ่นสุดๆ เพราะเป็นท่าที่สอดใส่กันโดยทั้งสองนอนตะแคงหันหน้าไปทางเดียวกัน ซึ่งท่วงท่าจะเหมือนการนอนกอดกันธรรมดา เพียงแค่เพิ่มกิจกรรมทางเพศเข้ามาด้วยก็เท่านั้นเอง

นอกเหนือจาก 7 ท่านี้แล้ว ยังมีอีกหลายวิธีในการช่วยฝึกให้คุณเป็นมือโปรได้อีกด้วย อ่านต่อได้ที่

Person touching frosted glass door
Person touching frosted glass door

แม้ว่าเซ็กส์จะทำให้คุณมีความสุข แต่อย่าลืมในเรื่องของความปลอดภัย และนี่คือข้อควรระวังในการมีเซ็กส์ประตูหลังที่จะทำให้คุณปลอดภัยในกิจกรรมทางเพศ

ข้อควรระหวังเซ็กส์ประตูหลัง

  1. สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเซ็กส์ เพราะถุงยางอนามัยถือเป็นอาวุธคู่กายที่ทุกคนควรพกติดตัว ไม่ว่าจะเป็นเพศชายหรือหญิง เกย์รุกหรือเกย์รับ อย่าอายที่จะซื้อถุงยางอนามัย แต่หากรู้สึกอายจริงๆ ปรภ ขอแนะนำให้ใส่แมสปิดปากไปเพื่อเพิ่มความมั่นใจ ทั้งนี้สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง สามารถรับประทานยาเพร็พเพื่อป้องกันเอาไว้อีกชั้น หรือผู้ที่สัมผัสกับความเสี่ยงมา เช่น ถุงยางอนามัยฉีกขาด สามารถรับประทานยาเป๊ปในกรณีฉุกเฉินได้ อ่านเรื่องราว PrEP PEP ต่างกันอย่างไร ใครควรกิน คลิก
  2. ห้ามใช้น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำยาหล่อลื่นที่มีส่วนผสมของน้ำมัน ร่วมกับถุงยางอนามัยที่ผลิตจากยางลาเท็กซ์โดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ถุงยางอนามัยฉีกขาดง่าย
  3. อย่าใช้อาหารสอดใส่เข้าไปในช่องคลอดหรือประตูหลัง ไม่ว่าจะเป็นกล้วย มะเขือยาว ไส้กรอก ฯลฯ เพราะอาจเกิดการหักในจนเอาไม่ออกและเสี่ยงอันตรายในช่องคลอดหรือประตูหลังฉีกขาด
  4. อย่าเร่งเร้าให้คู่ของคุณเสร็จให้ทันใจ เพราะอาจทำให้อีกฝ่ายเครียด กดดันจนไปไม่ถึงฝั่งฝัน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าให้คุณช่วยด้วยการทำออรัลเซ็กส์ให้ หรือเล้าโลมสร้างอารมณ์จะดีกว่า
  5. ไม่หักโหมเพื่อโชว์พลัง เพราะอาจทำให้เกิดอาการช็อกหัวใจวายได้ หากเหนื่อยหรือต้องการหยุดพักควรบอกคู่ของคุณไปตรงๆ ว่าคุณต้องการพักเบรกหรือให้อีกฝ่ายขึ้นมาคุมเกมแทน
man standing while looking behind wooding door in lighted room
man standing while looking behind wooding door

สรุป

กิจกรรมทางเพศหรือการมีเพศสัมพันธ์ทางประตูหลังหลายคนอาจจะมองว่าไม่ใช่เรื่องยาก แต่อันที่จริงแล้ว การมีเซ็กส์ทางทวารหนักไม่ใช่ช่องทางปกติในการมีเพศสัมพันธ์ เสี่ยงต่อการบาดเจ็บ และการสัมผัสเชื้อต่างๆ อย่างไรก็ตามการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งจะช่วยให้ปลอดภัยจากกิจกรรมทางเพศในทุกช่องทาง

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ตและ Rabbitfinace
ข้อมูลจาก rabbitfinance และ Ncbi

บทความน่าอ่านต่อ


<script data-ad-client="ca-pub-2367529442413944" async src="https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>

บทความล่าสุดในหมวด LGBT

• • •

• • •


Potrait asian guy

“สาวไหม” มายาคติที่ทำให้เกย์แอ๊บแมน

เคยไหมที่เราอยากรู้ว่าคนที่เราคุยด้วยอยู่ออกสาวหรือไม่ แล้วอยากรู้ไหมว่าเกย์หล่อล่ำที่เพิ่งเดินผ่านไปสาวรึเปล่า แล้วถ้าเจอคำถามจากคู่สนทนาถามว่า “นายสาวไหม” คุณจะตอบอย่างไร ตอบว่าแมน หรือไม่สาว แล้วสาวแค่ไหนถึงจะเรียกว่าสาว เกย์ที่แสดงออกแบบตุ้งติ้งถูกเหมารวมว่าสาวทั้งหมด จนทำให้หลายคนเลือกที่จะแอ๊บแมนจริงหรือไม่

บทความนี้ ปรภ ขอชวนถามว่า เกย์สาวผิดตรงไหน แล้วทำไมเกย์แมนถึงเป็นที่นิยม?

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
man in blue denim jeans with brown leather coat draped over shoulders
man in blue denim-jeans

ประเทศไทยเปิดกว้างในเรื่องของรสนิยมทางเพศ สังคมส่วนใหญ่รับรู้การมีอยู่และไม่ได้กีดกันกลุ่มเพศที่สามเหมือนในอดีต แต่ขณะเดียวกัน การเหยียดกันเองในกลุ่มเกย์แมน เกย์สาวยังมีให้เห็นอยู่ทั่วไป จนทำให้หลายคนเลือกที่จะแอ๊บแมนเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตัวเอง

ในวงการบันเทิงไทยศิลปินมากมายยังคงถูกเหล่าแฟนคลับตั้งคำถามว่า คนนี้เป็นเกย์มั้ย?… คนนี้เป็นป่ะ?… ถ้าคนนี้เป็นหรือไม่เป็นเกย์แล้วยังไง?… หากเขาจะเป็นเกย์แล้วมีลูกมันผิดกฎใดหรือ?… หรือเกย์จะแต่งงานกับผู้หญิงสร้างครอบครัวเพื่อมีบุตรผิดหรือไม่?… ถ้าเขาจะเป็นเกย์หรือไม่เป็นเกย์ ความนิยม หรือความชอบของแฟนคลับจะลดน้อยลงเหรอ?… แบบนี้เรียกว่าสังคมเปิดกว้างแล้วหรือยัง ในเมื่อเรายังเอาเรื่องเพศมาเป็นตัวตัดสินใจความชอบกันอยู่ หากเขาเป็นเกย์คนจะชอบน้อยลงเพียงเพราะรสนิยมทางเพศของเขางั้นหรือ?

Teng Nueng

สาวแค่ไหนถึงเรียกว่า “สาว”

ไม่ใช่เพียงคนทั่วไปเท่านั้นที่ยังคงไม่เปิดรับ แต่เกย์ด้วยกันเองก็ยังคงเหยียดความสาวของเพื่อนเกย์เช่นกัน เคยได้ยินคำว่า “สาวเสียบไหม?” หรือเคยเห็นเกย์แต่งหญิงที่พฤติกรรมทางเพศเป็นรุกไหม? ยุคสมัยนี้หลายคนคาดหวังให้เกย์แมนเป็นรุก และเกย์สาวเป็นรับ ซึ่งในความเป็นจริงมีเกย์รุกหลายคนที่แสดงออกท่าทีตุ้งติ้งแต่ยังคงมีบทบาททางเพศเป็นรุก แต่หลายครั้งเกย์มักจะเจอกับคำถามว่า “สาวไหม”

สำหรับคำถามที่ตั้งเอาไว้ ปรภอาจไม่มีคำตอบให้ แต่อยากจะตั้งถามกับผู้อ่านทุกคนว่า การที่เราถามใครสักคนว่า “นายสาวไหม” คุณคิดว่าผู้ฟัง ผู้อ่านจะตอบความจริงหรือไม่ หากการแอ๊บแมนสามารถทดแทนความสาวได้ก็ทำให้ถูกตบตาได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามความสาวจะทำให้คุณไม่อยากรู้จักเขางั้นเหรอ? ปรภ ขอเสนอทางออกที่เหมาะกับทุกคนที่เจอคำถามนี้ว่า

ไม่ได้แมนถึงขั้นเตะบอลและไม่ได้สาวถึงขั้นเป็นบริทนีย์

Britney Spears
Britney Spears

เกย์รุกก็สาวได้

หากคุณเป็นเกย์รุกที่ออกสาวหรือแต่งหญิงก็อาจจะต้องทำใจ เพราะเกย์พิมพ์นิยมที่คนส่วนใหญ่ต้องการคือเกย์รุก แมน ล่ำ มีกล้าม ในขณะที่รับ สาว ผอม แห้ง อ้วน มักเป็นที่นิยมน้อยกว่า นั่นคือความชอบส่วนบุคคล เพราะในอดีตก่อนจะมีคำว่า “เกย์” หลายคนมักมองกลุ่มคนที่มีรสนิยมชอบเพศเดียวกันเป็นกะเทย เป็นตุ๊ด ซึ่งมีความสาวเป็นทุนเดิม ก่อให้เกิดภาพมายาคติที่ทุกคนจะมองว่าเกย์จะต้องสาว และทำให้กลุ่มเกย์ด้วยกันเองไม่ยอมรับภาพมายาคตินี้

นอกเหนือจากคำถาม อย นน สส (คลิกเพื่ออ่าน) ที่เกย์เจอประจำ ก็มีคำถาม “สาวไหม” นี่แหละที่เกย์มักเจอเป็นประจำ เรื่องนี้คงแก้ไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องของความชอบส่วนบุคคลที่ยังคงยึดติดกับภาพมายาคติเดิม ทำให้หลายคนเลือกแสดงออกความแมนออกมา ซึ่งมักจะขัดแย้งกับความจริง

หยุดเรียกฉันว่า “คุณแม่”

อย่างไรก็ตามความในใจของชาวเน็ตคนหนึ่งที่เป็น เกย์ จากพันทิปที่ตั้งกระทู้ว่า เกย์ทุกคนไม่ใช่ “คุณแม่” “ซิส” ของคุณนะครับ

“…ผมยอมรับว่าผมเป็นเกย์ไม่แสดงออก ไม่ใช่ว่าแอ๊บแมน แต่ใช้ชีวิตปกติ เพียงแต่ไม่ได้ไปประกาศว่าเรามีรสนิยมทางเพศแบบนั้น ไม่มีใครรู้ว่าผมเป็นเกย์ ครอบครัว เพื่อน พี่น้อง เพราะผมกลัวว่าหากจะบอกทุกคนว่าผมเป็นเกย์ ก็กลัวว่าทุกคนจะรังเกียจ ผมกลัวว่าเพื่อนจะรับไม่ได้ เพราะผมมีเพื่อนผู้ชายเยอะกว่าผู้หญิง กลัวครอบครัวจะรับไม่ได้เพราะทุกคนต่างคาดหวังให้ผมมีภรรยาและลูกให้เร็ว ทุกวันนี้ถามผมทุกวันว่าเมื่อไหร่จะมีเมียมีลูกให้พ่อแม่ได้เลี้ยงหลานสักที ซึ่งใจผมอยากมีมากครับ แต่ไม่มีผู้หญิงคนไหนชอบเกย์หรอกครับ…”

“…วันหนึ่งผมมาทำงานไกลบ้าน คนที่ทำงานถามผมว่าเป็นเกย์หรือปล่าว ผมเลยตัดสินใจบอกว่าเป็นครับ เท่านั้นแหละครับ เรียกผมคุณแม่กันทั้งออฟฟิศ เรียกซิสบ้าง มาคุยเรื่องเสื้อผ้า เครื่องสำอาง ซึ่งผมไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้เลย…”

“…ผมมักจะถูกถามว่าเป็นเกย์แต่ไม่รู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร เป็นเกย์ไม่ได้หมายความว่าเราอยากเป็นผู้หญิง ผมไม่เคยอยากสวย ไม่ได้อยากใส่ส้นสูง แค่เป็นผู้ชายที่ชอบกีฬาแอดเวนเจอร์ เล่นเกม ดูบอลเหมือนคนปกติทั่วไป หลายครั้งที่โดนล้อว่าใส่ส้นสูงไหม เอากระโปรงไหม มันไม่ได้ตลก เกย์ก็คือผู้ชายที่มีรสนิยมชอบเกย์เหมือนกันแค่นั้น…”

“…ผู้หญิงผมก็ชอบ ชอบมองอะไรที่มันสวยงาม ไม่ได้หมายความว่าจะต้องรู้เรื่องพวกนั้น ผู้หญิงก็เอาได้ไม่รังเกียจเหมือนกัน แค่นั้นทั้งออฟฟิศก็ไม่ค่อยเข้ามาคุยกับผมเลย เพราะพวกเขาคงคิดว่าผมเป็นผู้ชายมากเกินไป ส่วนเพื่อนผู้ชายบางคนก็ไม่มาสุงสิงกับผมกลับคิดว่าผมอ่อนหวานเกินไป แต่บางคนก็ยังคุยได้ปกติ…”

“…ผู้หญิงและผู้ชายบางคนคงจะจำมาจากสื่อที่ยังคงวนเวียนกับการสร้างมายาคติให้เกย์เป็นตัวละครที่แสดงถึงการเป็น ‘เกย์สาว’ สะดีดสะดิ้ง แต่งตัวสีสันจัดจ้าน ปากจัด บ้าผู้ชาย ที่สุดท้ายก็ต้องโดนเหมารวมกันไปว่า ‘นี่ไง เกย์เป็นแบบนี้’ ผมอยากจะบอกว่าเกย์ทุกคนไม่ได้บ้าผู้ชาย บ้าเซ็กส์นะครับ ผู้หญิงเกย์ก็ชอบนะครับ เพราะยังไงเกย์ก็คือผู้ชายอยู่ดี…”

man buttoning his maroon formal suit jacket
man from-Vietnam

จากกระทู้ดังกล่าวทำให้เราเห็นได้ชัดว่ามายาคติของสังคมคือ เกย์จะต้องตุ้งติ้ง สาว อ่อนหวาน แม้ความจริงจะไม่ใช่อย่างนั้นเสียทั้งหมด ดังนั้นการที่เราเป็นเกย์ด้วยกันก็ไม่ควรทำร้ายจิตใจด้วยการถามว่า “นายสาวไหม” คำถามที่อยากฝากให้กลับไปคิดคือ เราถามไปเพื่ออะไร และหากเราโดนถามบ้างจะเป็นอย่างไร การมองอีกฝ่ายว่าสาวหรือแมน คาดเดาว่าอีกฝ่ายจะเป็นรุกหรือเป็นรับ นี่เรากำลังเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์หรือเปล่า? เราควรเคารพสิทธิทางเพศของทุกคน ไม่ว่าจะแมนหรือสาวทุกคนมีความเท่าเทียมกัน

Gay couple
Gay couple

สรุป

ในปัจจุบันทั่วโลกกำลังเข้าสู่ยุคแห่งการทำให้ทุกคนภูมิใจในตัวตนของตัวเอง ไม่ว่าคุณจะมาจากประเทศไหน เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ไหน สาวหรือแมน ทุกคนควรภูมิใจในตัวเอง เพราะทุกคนมีข้อดีจุดเด่นของตัวเอง การเลือกแอ๊บแมนเพื่อทำให้อีกฝ่ายชื่นชอบไม่สามารถคงอยู่ได้ตลอดไป แต่การยอมรับตัวเองว่า ฉันสาว แต่ฉันมีกาลเทศะ ไม่ใช่สาวไปทั่ว ไม่ได้วี๊ดว๊ายไปทุกที่ แต่เราสาวในแบบที่เราเป็น สาวเพราะดีเอ็นเอความเป็นเกย์ และไม่ต้องการแอ๊บแมน

จงเคารพในเพศสภาพของแต่ละคน

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

บทความที่น่าอ่านต่อ


<script data-ad-client="ca-pub-2367529442413944" async src="https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>

บทความล่าสุดในหมวด LGBT

• • •

• • •


silhouette of man holding smartphone

App นัดยิ้ม ทำให้เกย์ได้กันง่าย (จริงเหรอ?)

การสื่อสารที่เข้าถึงได้ง่าย ทำให้การมีปฏิสัมพันธ์บนพื้นที่ออฟไลน์ยากขึ้น ผู้คนไม่กล้าที่จะเข้าไปพูดคุยกันต่อหน้า ไม่กล้าเข้าไปทักทาย ไม่กล้าเข้าไปจีบกันเอง แต่หากใช้งานแอปพลิเคชันจะทำให้เพิ่มความกล้าในการพูดคุย นัดเจอ และมีเพศสัมพันธ์กันในที่สุด

บทความนี้ ปรภ จะชวนผู้อ่านทุกคนมาหาคำตอบว่า สรุปแล้ว การมีอยู่ของแอปพลิเคชันที่สามารถเรียกว่า App นัดยิ้มสามารถทำให้เกย์ได้กันง่ายจริงเหรอ?

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
Gay Application
Gay Application

เทคโนโลยีการสื่อสารที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า เกย์ได้กันง่ายจริงเหรอ? นั่นเป็นเพราะปัจจุบันมีแอปพลิเคชันแชทเฉพาะกลุ่มสำหรับคนหลากหลายทางเพศ โดยเฉพาะในกลุ่มชายรักชาย ไม่ว่าจะเป็น Grindr Jack’D Hornet หรือ Blued 

แม้ว่าปัจจุบันจะมีสถานที่บันเทิงเฉพาะกลุ่มเกย์มากมาย หรือสถานบันเทิงที่เกย์นิยมไป แต่การเริ่มต้นสนทนา กับความอายก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกย์ส่วนใหญ่หันมาใช้งานแอปพลิเคชันนัดยิ้มเฉพาะในกลุ่มเกย์ เนื่องจากกลัวการปฏิเสธ หรือกลัวที่จะ “นก” (อ่านเรื่อง 15 เหตุผล ทำไมถึงนก คลิก)

man using smartphone and holding jeans
man using smartphone

การใช้แอปพลิเคชันนัดยิ้มทำให้โลกแคบลง ผู้คนเข้าถึงกันได้ง่าย แม้ว่าจะมีการพูดคุยกันต่อผ่านแอปพลิเคชันอื่น เช่น ไลน์ เฟซบุ๊ก แต่จุดเริ่มต้นของการทักทายมักเกิดขึ้นที่แอปนัดยิ้ม เพราะต่างฝ่ายไม่ต้องพูดคุยแบบเผชิญหน้า ทำให้เกิดความกล้าที่จะสนทนาในภาษาที่ปกติไม่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ข้อเสียของการสนทนากับผู้คนผ่านแอปนัดยิ้มคือ การถูกหลอกลวงด้วยภาพโปรไฟล์สวยหรู ภาพคนอื่นที่ดูดี หุ่นดี ที่มักเป็นที่นิยมให้คนอื่นเข้ามาทักทาย แต่พอถึงเวลาต้องการขอแอดไอดีบัญชีทางการอื่นๆ มักจะโดนบ่ายเบี่ยง และโดนบล็อกในที่สุด ดังนั้นการทักทายกันผ่านแอปพลิเคชันคุณอาจจะต้องลุ้นว่าตัวจริงกับในภาพเป็นคนเดียวกันหรือไม่ และระมัดระวังการถูกหลอกให้โอนเงิน หรือถูกทำร้ายร่างกายเมื่อนัดเจอ แต่อย่างน้อยการใช้แอปพลิเคชันนัดยิ้มก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการสนทนาระหว่างผู้ที่ไม่รู้จักกันมาก่อนที่จะนัดเจอกันในภายหลัง

man using smartphone
man using smartphone

การสื่อสารที่เข้าถึงง่ายเช่นนี้ ทำให้สอดคล้องกับการถาม อย นน สส แถวไหน แบบไหน ที่หลายคนอาจงงว่าทำไมเกย์ต้องถามก่อนนัดยิ้ม (อ่านเรื่อง อย นน สส คืออะไร ทำไมเกย์ต้องถามก่อนนัดยิ้ม คลิก)

เพื่อความสะดวกและง่ายต่อการสนทนา และเพื่อหาคนที่มีจุดประสงค์เดียวกัน อย่างไรก็ตามจากการเรียนรู้และสำรวจ สอบถามจากผู้ใช้งาน ปรภ ได้จำแนกกลุ่มเกย์ที่ใช้แอปพลิเคชันได้ 4 รูปแบบ ดังนี้

4 ประเภทผู้ใช้งานแอปพลิเคชันเกย์

  1. เกย์หาเซ็กส์ สังเกตได้จากข้อคำถามที่เปิดการสนทนา จะถามด้วยคำถาม อย นน สส แถวไหน แบบไหน อย่างเดียว หาคนที่ใกล้เคียงเพื่อเดินทางหาง่ายสะดวกแก่การพบเจอ หรือบางครั้งอาจขอเรียกดูภาพส่วนตัว ภาพลับ หรือภาพโชว์หุ่นเพื่อพิจารณาในการนัดเจอ
  2. เกย์หาเพื่อนคุยแก้เหงา และอาจสามารถพัฒนาไปสู่การเป็นแฟนได้ บางครั้งคนเหล่านี้ก็มักจะถามด้วยคำถาม อย นน สส ด้วยเช่นกัน แต่การสนทนาจะเป็นไปในทิศทางชวนคุย ชวนเล่นเกม ระบาย พูดจาสรรพเพเหระ
  3. เกย์ไม่ขึ้นรูป เป็นบุคคลที่ใช้บัญชีของตนเองเอาไว้สอดส่องอย่างเดียว และจะทักหาเพียงแต่คนที่อยากคุย เปิดรูปและอาจจะเป็นกลุ่มเกย์ที่หาเซ็กส์เช่นกัน ในขณะที่บางคนอาจมีเอาไว้เพื่อคอยดูคนรอบข้างว่าใครบ้างที่เป็นเกย์
  4. เกย์ใช้รูปคนอื่น เอาไว้คุยเพื่อความบันเทิง คุยเพื่อหลอกลวง ซึ่งหลายคนต้องระมัดระวัง

แอปพลิเคชันแชทเหล่านี้มีจำนวนมาก แต่รูปแบบที่คล้ายคลึงกันคือการให้ใส่ภาพโปรไฟล์อย่างน้อย 1 ภาพเพื่อแนะนำตัว และมีฟังก์ชันภาพลับที่จะสามารถปลดล็อกได้เป็นรายบุคคลเท่านั้น ขณะที่บางแอปพลิเคชันสามารถสุ่มจับคู่ จัดรายการถ่ายทอดสด หรือมีบทความสาระน่ารู้เกี่ยวกับเกย์ให้อ่านอีกด้วย

Application gay for booking hotel
App booking

การติดต่อสื่อสารระหว่างกันที่ง่ายขึ้น ทำให้มีการนัดเจอกันง่ายขึ้น รวมไปถึงการสานต่อไปยังเรื่องของการมีเซ็กส์ได้ จนถึงขั้นมีการทำภาพล้อเลียนว่า แอปนัดยิ้มเหล่านี้เป็นแอปพลิเคชันสำหรับจองที่พัก เนื่องจากไม่ว่าคุณไปที่ไหน แอปพลิเคชันจะแสดงผู้ใช้งานบริเวณใกล้เคียง หากคุณใช้เพื่อการมีเซ็กส์ก็ขอไปนอนด้วย เรียกได้ว่าเป็นแอปหาคู่นอนในที่ใหม่ๆ นั่นเอง 

หากมองว่าแอปพลิเคชันเหล่านี้เป็นเพียงแอปนัดยิ้ม ก็จะเป็นแอปในด้านลบ แต่ในขณะเดียวกันวัตถุประสงค์ของแอปพลิเคชันเฉพาะกลุ่มมีเอาไว้เพื่อให้คนกลุ่มเดียวกัน สามารถพูดคุยกับคนใกล้เคียงได้ สามารถแชทโต้ตอบกันไม่ต่างจากไลน์หรือแอปพลิเคชันแชทอื่นๆ เช่นเดียวกัน

Gay couple
Gay couple

สรุปแล้ว เกย์ได้กันง่ายจริงเหรอ?

แอปพลิเคชันนัดยิ้มทำให้เกย์ได้กันง่ายขึ้นหรือไม่ ขึ้นกับพฤติกรรมส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน ไม่เกี่ยวกับการเป็นเกย์หรือเพศใด เพราะว่าหากใครต้องการจะนัดยิ้ม ก็สามารถทักทายได้แม้กระทั่งบนเฟซบุ๊ก ไม่จำเป็นต้องใช้แอปพลิเคชันเพื่อนัดยิ้มให้เสียเวลา บทความนี้ไม่ได้เหมารวมเกย์ทั้งหมด แต่เป็นเพียงความจริงบางส่วนที่เกย์ใช้แอปพลิเคชันแชทเพื่อนัดยิ้ม ทำให้ถูกเหมารวมว่าทุกคนที่มีแอปพลิเคชันมีจุดประสงค์เดียวกัน แต่ไม่อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าแต่ละคนมีการเติบโต การศึกษา การใช้ชีวิต นิสัยและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน การใช้แอปพลิเคชันเฉพาะกลุ่มอาจมีวัตถุประสงค์อื่นก็เป็นได้

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

บทความน่าอ่านต่อ


<script data-ad-client="ca-pub-2367529442413944" async src="https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>

บทความล่าสุดในหมวด LGBT

• • •

• • •


gay in the dark with text why do gay ask question

อย นน สส คืออะไร ทำไมเกย์ต้องถามก่อนนัดยิ้ม

หนึ่งในคำถามที่เกย์ส่วนใหญ่มักเจอคือ อย นน สส ซึ่งเป็นคำถามมักจะนำไปสู่การนัดยิ้ม แต่ถ้าบอกด้วยคำสวยหรูก็ถามเพราะอยากรู้จัก ถามเพราะชอบ เพราะถูกใจปรภจะมาทุกคนมาดูกันว่า อย นน สส คืออะไร และทำไมเกย์ต้องถามก่อนนัดยิ้ม

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
ผู้ชายถือสมาร์ตโฟน
man holding smartphone

อย นน สส คืออะไร

ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาของบทความนี้ ปรภจะมาอธิบายศัพท์เหล่านี้ที่มักพบบนแอปพลิเคชันหาคู่ของเกย์ หรือตามแอปพลิเคชันแชทต่างๆ การถาม อย นน สส แถวไหน แบบไหน คือการถาม อายุ (อย) น้ำหนัก (นน) ส่วนสูง (สส) อยู่แถวไหน และเป็นแบบไหน รุกหรือรับ ซึ่งมักจะเป็นคำถามแรกๆ ที่เปิดบทสนทนา ก่อนจะนำไปสู่การนัดยิ้มต่อไป

  • “อย” การถามอายุ เพื่อให้รู้ว่าควรปฏิบัติตนอย่างไร เพราะเรามักจะปฏิบัติตัวต่างกันระหว่างการเป็นผู้ที่อายุมากกว่าหรือน้อยกว่าซึ่งในบางครั้ง บางคนอาจต้องการคุยกับคนที่มีอายุเท่ากัน มากกว่า หรือน้อยกว่า การถามอายุจึงมักเป็นคำถามต้น ๆ ที่ถามกัน
  • “นน สส” น้ำหนักและส่วนสูง การทราบน้ำหนักและส่วนสูงจะทำให้เรากะความพอดีของรูปร่างหุ่นของแต่ละคนได้ เพราะบางคนอาจจะน้ำหนักมาก แต่ด้วยความสูงที่มาทดแทนก็ทำให้ดูสมส่วน ในขณะที่บางคนอาจดูน้ำหนักไม่มาก แต่ก็ไม่สูงทำให้ดูตัวตัน ซึ่งการรู้กะคร่าว ๆ ถึงน้ำหนักส่วนสูงก็ทำให้เราพอมองทะลุรูปภาพที่ยืดขา หรือบีบเอวได้เป็นอย่างดี
  • “แบบไหน” สำหรับบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ การถามว่าอีกฝ่ายอยู่ในตำแหน่งไหนก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ แม้ว่านั่นจะเป็นพฤติกรรมทางเพศที่ดูส่วนตัว การที่จะบอกว่าตนเป็นฝ่ายรุก หรือฝ่ายรับ หรือว่าทั้งรุกทั้งรับ ถือเป็นคำถามที่ค่อนข้างจะเปิดเผยความเป็นตัวตนอย่างชัดเจน แม้ว่าในปัจจุบันเพศสภาพ กับพฤติกรรมทางเพศอาจจะขัดแย้งกัน เช่น รุกสาว หรือรับแมน ซึ่งมักจะทำให้เราต้องเดาไปต่าง ๆ นานา การถามตรง ๆ อาจเป็นวิธีที่ดีที่สุด
  • “แถวไหน” แม้ว่าในปัจจุบันขนส่งมวลชนก็เข้าถึงเกือบครบทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะรถไฟฟ้า รถเมล์ หรือแม้กระทั่งรถแท็กซี่ แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่อยากคบหรืออยากคุยกับคนที่อยู่ใกล้กัน เพื่อง่ายต่อการสานต่อสัมพันธ์ ดังนั้นการถามว่าอีกฝ่ายอยู่แถวไหนจึงเป็นอีกสิ่งที่เบสิคสำหรับการสนทนา
ผู้ชายไม่สวมเสื้ออยู่กลางฝน
two man in the rain

ทำไมก่อนนัดยิ้มต้องถาม อย นน สส

การสนทนาให้รู้จักกันพอประมาณเป็นสิ่งที่ควรทำก่อนการนัดยิ้ม การรู้ อย นน สส ของคู่สนทนาเป็นการทำความรู้จักที่ง่ายที่สุด แม้จะเป็นข้อมูลเบื้องต้นแต่ก็การนัดยิ้มไม่จำเป็นต้องรู้ข้อมูลของอีกฝ่ายเยอะจริงไหม?

อย่างไรก็ตาม การนัดยิ้มในปัจจุบันต้องระมัดระวังโรคติดต่อ เพราะไม่ได้มีเพียงเอชไอวี แต่ยังมีโรคอื่น ๆ ที่ไม่ปรากฎให้เห็นด้วยตาเปล่า และเกย์ส่วนใหญ่พร้อมที่จะเสี่ยงกับมัน ทั้งนี้การรับประทานยาเพร็พหรือยาเป๊ปเพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีถือว่าเป็นขั้นตอนแรกในการป้องกัน  หากอยากรู้จักยาเพร็พและยาเป๊ปคลิกอ่านได้ที่นี่

เรื่องตลกของการนัดยิ้ม

การเข้าถึงเทคโนโลยีที่ง่ายดาย ทำให้การสื่อสารเข้าถึงทุกคนอย่างรวดเร็ว การสนทนาหลายคนในเวลาเดียวกันจึงไม่ใช่เรื่องยาก แม้ว่าแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ จะมีการบันทึกประวัติสนทนา แต่ก็ยังมีหลายครั้งที่คนที่เคยคุยกันมักจะถาม อย นน สส ซ้ำอีกครั้ง ซึ่งนั่นอาจเป็นว่าเพราะนัดยิ้มบ่อยจนจำคู่สนทนาไม่ได้ ซึ่งหากเราจำได้ก็จะมองว่ามันคือเรื่องตลก

เรื่องตลกอีกอย่างคือ ไม่รู้ว่ามนุษย์เราจะขี้เกียจกันไปถึงไหน นอกเหนือจากคำถาม อย นน สส ก็มีบางคนที่เริ่มบทสนทนานัดยิ้มด้วยคำว่า  “ทัก” ซึ่งคำนี้ถือเป็นคำกริยา ตัวอย่างการใช้คำว่าทักมีดังนี้

  • กล่าวเป็นเชิงเตือน  เช่น “หัวหน้าทักเรื่องมาสาย”
  • การพูดอย่างตั้งข้อสังเกต เช่น “เพื่อนทักว่าผอมลง”
  • กล่าวเตือนให้ระวังตามความเชื่อ “หมอดูทักว่ามีเคราะห์” “จิ้งจกทัก”
  • ซึ่งคำว่า “ทัก” ไม่สมควรนำมาใช้เพื่อทักทาย อย่างน้อย ๆ พิมพ์หาด้วยคำว่า สวัสดีครับ จะดีกว่า 
ผู้ชายใช้สมาร์ตโฟนเวลากลางคืน
man with smartphone at night

การที่จะรู้จักใครสักคน ควรเริ่มจากการสนทนาและการสร้างความประทับใจแรกที่ดี บางครั้งการคุยกันไม่ควรนำเรื่องนัดยิ้มหรือเซ็กส์เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะไม่ใช่เกย์ทุกคนที่ต้องการคุยกับทุกคนเพื่อหวังมีเซ็กส์แม้ว่าจะเริ่มประโยคด้วยคำถาม อย นน สส ก็ตาม แต่คนเหล่านี้ยังต้องการสร้างมิตรภาพเพื่อนเกย์ด้วยกันให้เกิดขึ้นจริง ๆ

สำหรับคำถามเซ็ต อย นน สส แถวไหน แบบไหน มักเจอกันมากในแอปพลิเคชันเฉพาะกลุ่มเกย์ที่มักจะถามก่อนการนัดยิ้ม แม้ว่าหลายคนมองว่าเป็นแอปฯ หาคู่ แต่จุดประสงค์ดั้งเดิมของมันคือการให้เกย์ได้พบปะคนที่มีรสนิยมทางเพศคล้ายคลึงกัน การเป็นเกย์เหมือนกันไม่ได้หมายความว่าเราจะนัดยิ้มหรือไปมีเซ็กส์กันเสมอไป เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ที่ต้องการเพื่อนประเภทเดียวกัน หรือมีความชอบเหมือนๆ กัน

สรุป

การทักทายกันด้วยคำถาม อย นน สส แบบไหน แถวไหน อาจไม่ได้หมายถึงการนัดยิ้มเสมอไป แต่เป็นการทักทายที่ฝ่ายตรงข้ามอยากรู้จักคุณในเบื้อต้น อย่างไรก็ตาม หันมาใช้คำว่า “สวัสดี” เพื่อเป็นการให้เกียรติคู่สนทนา และยังเป็นการใช้วาจาที่สุภาพในการพูดคุย และสังคมที่น่าอยู่

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

บทความน่าอ่านต่อ


<script data-ad-client="ca-pub-2367529442413944" async src="https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>

บทความล่าสุดในหมวด LGBT

• • •

• • •