เคล็ดลับการออกเดทสำหรับเกย์ยุคใหม่

การพัฒนาของเทคโนโลยีการสื่อสารทำให้เราใกล้ชิดกันมากขึ้น การเปลี่ยนจากคนแปลกหน้าบนโลกเสมือนเป็นคนรู้จักกันในชีวิตประจำวันจึงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะโลกแห่งเทคโนโลยีทำให้เราผสานกันเป็นหนึ่งเดียว

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

ในอดีตการไปมาหาสู่กันยังลำบาก แต่ปัจจุบันรถไฟฟ้าเชื่อมคนกรุงฯ เข้าด้วยกัน ถนนหนทางมีแสงไฟส่องสว่าง การเดินทางไปพบเจอกันจึงง่ายกว่าในแต่ก่อน แต่การวางตัวในยุคที่พิมพ์ข้อความผ่าน Text จีบกันแล้วต้องมาเจอตัวจริงต่างหากที่ยาก และนี่คือเคล็ดลับการออกเดทฉบับใหม่ สำหรับเกย์ยุค 4.0

ไม่ควรป่าวประกาศในเดทแรก

ไม่ว่าคุณจะนกมานานแค่ไหน โสดมาหลายสิบปี หรือห่างเหินกับการเดทมานานจนหยากไย่ขึ้น ก็ไม่ควรป่าวประกาศให้ใครต่อใครฟังว่านี่คือคู่เดทของคุณ

การพาคู่เดทไปเจอเพื่อนในเดทแรก อาจทำให้เพื่อนของคุณแซว หยอกล้อ หรือเผยพฤติกรรมที่น่าอับอาย รวมไปถึงการเรียกแทนคู่เดทของคุณด้วยสรรพนามว่า “ผัวเพื่อน” “เมียเพื่อน” นั่นอาจทำให้คู่เดทของคุณตกใจและเทคุณไวกว่าที่คิด

Mens

การเดทครั้งแรกไม่ควรจะป่าวประกาศบอกคนทั้งโซเชียลว่าคุณกำลังศึกษาดูใจกับใครอยู่ ไม่ใช่ว่ามันอาจจะซ้ำกับใครสักคน แต่มันถือเป็นการให้เกียรติกับคู่ของคุณต่างหาก

นัดเดทครั้งแรกจึงควรเป็นเรื่องของคนสองคนที่นัดมาเจอกัน ศึกษาดูใจกัน และไม่ควรนำเรื่องราวนั้นไปปรึกษาหารือกับเพื่อน เพราะสุดท้ายตัวคุณเองต่างหากที่จะเป็นคนสานต่อกับคนนั้นของคุณ อย่าลืมว่าสังคมเกย์เดี๋ยวนี้มันร้าย อาจมีคนจ้องจะปาดเค้กคู่เกย์ของคุณอยู่ก็ได้

Mens

ปิดแอปพลิเคชันหาคู่

แม้ว่ายุคนี้เกย์หลายคนอาจรู้จักกับผ่านแอปพลิเคชันหาคู่เกย์ก็จริง แต่หากคุณตัดสินใจนัดเจอและออกเดทกับเกย์ที่รู้จักผ่านแอปฯ แล้ว ก็ควรให้เกียรติเขาด้วยการปิดการแจ้งเตือนของแอปฯ เหล่านั้นซะ หรืออาจจะลบบัญชีของคุณไปเลยเพื่อให้เกียรติอีกฝ่ายก็ยิ่งดี

Gay Application

หากคุณไปเดทแล้วเสียงเตือนของแอปฯ หาคู่เกย์มันดังขึ้นมา อาจจะทำให้การเดทนั้นจบลงกว่าที่คุณคิด หรือหากคู่ของคุณเกิดเจอคุณบนแอปพลิเคชันเกย์ ก็ไม่ควรจะเปิดการแจ้งเตือนหรือโลเคชันในวันที่นัดพบกันเพื่อสร้างความมั่นใจ และเพิ่มโอกาสในการสานสัมพันธ์ของคุณต่อ

อย่างไรก็ตาม อย่าระแวงว่าคู่เดทของคุณจะยังคงเล่นแอปพลิเคชันหาคู่เกย์จนทำให้คุณคอยจับผิดเค้าตลอดเวลา การวางตัวที่ดีให้น่าค้นหา และให้เกียรติซึ่งกันและกันจะช่วยให้คุณเอาชนะใจคู่ของคุณได้

อย่าหลงตัวเอง

เป็นความจริงที่ว่าเกย์มักมีความมั่นใจในตัวเองมากจนล้นเหลือ ทำให้หลายคนมักนกในเดทเกย์ครั้งแรกของตัวเอง

นั่นเป็นเพราะเวลาเราตื่นเต้น อะดรีนาลีนจะหลั่งออกมามากขึ้น ทำให้คุณมักจะพูดแต่เรื่องของตัวเอง เล่าประสบการณ์ชีวิตวัยเด็ก ไม่ว่าจะการเปิดเผยกับครอบครัวครั้งแรกว่าเป็นเกย์ ประสบการณ์เซ็กส์แบบเกย์ครั้งแรก รวมไปถึงประสบการณ์คบผู้หญิงที่อาจเป็นเรื่องน่าตลก

แต่สิ่งเหล่านั้นอาจทำให้คุณดูมั่นใจจนเกินไป แทนที่คุณจะพูดแต่เรื่องของตัวเอง หรือพูดถึงข้อดี แนะนำให้คุณกับคู่เดททำกิจกรรมร่วมกัน อาจเป็นการกินข้าว ดูหนัง พูดคุยเรื่องอื่นๆ ที่ไม่ดูเป็นการขายของมากจนเกินไปจะช่วยสร้างความประทับใจให้อีกฝ่ายคิดถึงคุณ และนัดเจอในครั้งต่อไปได้อย่างแน่นอน

อย่าขอเพิ่มเพื่อนในโซเชียล

ไม่ใช่ว่าการเป็นเพื่อนกันบนเฟซบุ๊กหรือโซเชียลมีเดียอื่นๆ เป็นสิ่งต้องห้าม แต่การเว้นพื้นที่ระหว่างกันเอาไว้ก่อนในเดทแรกจะช่วยให้เค้ารู้สึกอิสระมากกว่า เพราะนี่เป็นแค่เดทแรก การจะสานต่อยังคงไม่แน่นอน

การขอแอดเฟรนด์หรือติดตามคู่เดทในช่วงแรกของการรู้จักกันอาจถูกมองว่าเป็นการเร่งรีบเชื่อมต่อโลกของคุณกับเขามากเกินไป เพราะโซเชียลมีเดียของแต่ละคนจะสะท้อนทัศนคติ ความเป็นตัวตนของบุคคลนั้นออกมา การขอเข้าไปเชื่อมต่อกับโลกของเขา อาจเป็นสิ่งที่ยังไม่ควรทำในช่วงเริ่มต้น

หากคุณอยากสอดส่องโซเชียลมีเดียของเค้าจริงๆ ก็ลองเอาชื่อนามสกุลของเขาไปเซิร์จดู หากบัญชีโซเชียลมีเดียนั้นเปิดเป็นสาธารณะ ก็อาจจะลองกระซิบขอดูก็ได้ เพราะแม้ว่าบางคนอาจมองเรื่องนี้เป็นความส่วนตัว แต่ในอีกมุมหนึ่งก็มีคนที่ชื่นชอบที่จะเปิดเผยมากๆ เช่นกัน

เดทที่จบลงบนเตียง

หากหลังจากเดทอันโรแมนติคผ่านไปด้วยดี บางสัมพันธ์อาจจะสานต่ออย่างรวดเร็วด้วยการขอไปทำความรู้จักกันมากขึ้น การเตรียมพร้อมสภาพของห้องพักหรือห้องนอนอาจเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะเกิดสถานการณ์พาไปคุณอาจต้องเปิดประตูให้เค้าเข้ามาไวกว่าที่คิด

silhouette of man

ลองเตรียมใจเอาไว้กับสถานการณ์นี้ หากคู่เดทของคุณอยากจะเร่งรัดสัมพันธ์ให้เร็วขึ้นมันอาจกลายเป็น One Night Stand และคุณอาจเป็นได้แค่ Friend With Benefit ระหว่างกัน

แต่หากคุณไม่ได้คิดจะจริงจังหรือสานต่อ ก็อย่าลืมเตรียมถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันโรคติดต่อ หรือหากคุณเป็นนักท่องราตรีที่ชอบเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ ศึกษาเรื่องยา PrEP เอาไว้บ้างก็ดี และที่สำคัญอย่าลืมว่า โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่ได้มีแค่โรคเอดส์เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีซิฟิลิส หนองใน ฯลฯ

shirtless man lay on bed

เตรียมพร้อมหากรุกเทิร์นรับ!

ด้วยประชากรรับที่เยอะกว่ารุก ทำให้รับหลายคนผันตัวเองมาเป็นโบท หรือมีพฤติกรรมทั้งแบบรับและรุกเพื่อให้สามารถเปิดตลาดใหม่ได้ แต่หากมันไม่ใช่สิ่งที่ใจรักหรือเป็นตัวตนก็จะแอ๊บได้ไม่นาน ทำให้หลายคนที่บอกว่าตัวเองเป็นรุก มักจะอยากรับขึ้นมาเสียอย่างนั้น

two man shirtless in the rain

อีกกรณีคือ รับที่เทิร์นรุกมักจะมีความอ่อนไหว อ่อนโยน แต่พอเทิร์นเป็นรุกทำให้หลายครั้งต้องฝืนเข้มแข็ง ฝืนทำตัวเป็นที่พึ่งของคู่ของตน และสุดท้ายแล้วความอดทนก็จะหมดลงเป็นที่มาของการทะเลาะและไม่ยอมกัน

การจะเป็นรับหรือรุกอาจไม่ใช่ประเด็นหลักของสิ่งที่เราต้องเตรียมปรับตัว เพราะความรักไม่ใช่เรื่องเซ็กส์ การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างเกย์ไม่จำเป็นต้องสอดใส่เสมอไป การใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันต่างหากที่จะทำให้รักนั้นยั่งยืน การก้าวข้ามเพศสภาพของตัวเองจะทำให้คู่ของพวกคุณมีความสุข

Gay couple

สรุป

การเดทของแต่ละคนแตกต่างกัน ขึ้นกับว่าเราอยู่ในสถานการณ์ไหน แต่สิ่งสำคัญที่ควรจำให้ขึ้นใจคือ ความปลอดภัยจะต้องมาก่อน เพราะปัจจุบันมีมิจฉาชีพจำนวนมากที่อาศัยความเหงาของเกย์ในการนัดเจอ แต่สุดท้ายก็จบที่การลักทรัพย์ไปจนหมดตัว ดังนั้นก่อนจะนัดเจอใครคุณต้องแน่ใจก่อนว่าคุณพร้อมจะรับมือกับทุกสถานการณ์

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ข้อมูลบางส่วนจาก huffpost.com

บทความน่าอ่านต่อ


<script data-ad-client="ca-pub-2367529442413944" async src="https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>

บทความล่าสุดในหมวด LGBT

• • •

• • •


จับโป๊ะออนไลน์ โปรไฟล์รูปปลอม

เคยคุยกับใครใแล้วมารู้ทีหลังว่าเขาใช้รูปคนอื่นไหม? เคยชวนเปิดกล้องเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเปิด สุดท้ายมารู้ว่านั่นคือรูปปลอมไหม? ถ้าเคย คุณคือหนึ่งในพวกเรา….ผู้ที่หลงผิดชื่นชอบในรูปโปรไฟล์

ด้วยยุคสมัยที่การสื่อสารทำได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว เราคุยกับเพื่อนได้หลายคนพร้อมกัน เราคุยงานและคุยเล่นได้เพียงแค่สลับหน้าแชท เราสามารถจีบคนอื่น หรือถูกจีบได้จากคนแปลกหน้าในโลกออนไลน์ได้ทีละหลาย ๆ คน (ถ้าคุณหน้าตาดีพอ) ซึ่งหลายครั้งหน้าตาก็เป็นอุปสรรค์ที่ทำให้ถูกหลอกได้ แต่มันเกิดขึ้นได้ยังไงกันล่ะ? มาดูกัน…

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
Man with smartphone
Man with smartphone

เมื่อเรามีโปรไฟล์ออนไลน์ ไม่ว่าจะในเฟซบุ๊ก ไลน์ ทวิตเตอร์ หรืออินสตาแกรม ซึ่งโซเชียลมีเดียเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนไทยนิยมใช้ โดย 2 ใน 4 โดยส่วนใหญ่มักจะใช้รูปตัวเองในเฟซบุ๊กและไลน์ ซึ่งในขณะที่อินสตาแกรมมักเป็นรูปภาพอื่น ๆ หรือทวิตเตอร์ที่หลายคนมักพูดติดปากว่านั่นคือด้านมืดของตัวเอง

เมื่อพูดถึงรูปโปรไฟล์ในสมัยนี้ แทบจะไม่มีใครไม่แต่งรูป ไม่ว่าจะแอปไหนก็ตาม หรือด้วยกล้องนางฟ้า หรือกล้องเทพ ที่ถ่ายออกมาแล้วสวยงามทุกช๊อต รูปเหล่านั้นเจ้าของโปรไฟล์จะต้องพึงพอใจจึงจะยอมเอาขึ้นใช้แสดงตัวตน

เมื่อรูปโปรไฟล์เป็นสิ่งแรกที่คนเลือกมอง คนที่หน้าตาพอไปวัดไปวา ก็จะหามุมถ่ายรูปให้ได้องศาที่ต้องการ แต่งรูปให้เกิดการบิดเบือนของความจริงเล็กออก ออกมาเป็นรูปภาพที่เกือบจะต่างจากตัวจริง แล้วนำขึ้นเป็นโปรไฟล์เพื่อปล่อยให้เสน่ห์ของมันล่องลอยออกไป แต่สำหรับคนที่ถ่ายรูปยังไงก็ไม่ดูดี แต่ต้องการจะเป็นที่สนใจก็อาจจะเลือกหนทางที่ปลอมขึ้นมากว่านี้ คือการใช้รูปภาพของคนอื่นเพื่อใช้เป็นตัวแทนในการพูดคุย ในการเข้าหา บิดเบือนวิถีชีวิตเพื่อให้คนสนใจ สร้างตัวตนขึ้นมาใหม่บนโลกออกไลน์

เจตนาของการใช้รูปปลอมหลายครั้งก็มาจากการหมันไส้เจ้าของรูป การกลั่นแกล้ง การปลอมตัวไปหลอกเงิน หรืออื่นๆ อีกมากมาย ในบทความนี้ได้รวบรวมวิธีการเช็ค หรือวิธีการสังเกตว่าบุคคลใดเป็นผู้ที่ใช้รูปภาพปลอมกันบ้าง ดังนี้

1. ขอโซเชียลมีเดียอื่นๆ

ปัจจุบันคนเราใช้มากกว่า 1 ช่องทาง ดังนั้นการขอไลน์ อินสตาแกรม หรือเฟซบุ๊กเพิ่ม จะช่วยให้เราเทียบกันได้ว่าบุคคลนั้นมีความน่าเชื่อถือเพียงไร แต่หากถูกปฏิเสธ ก็อย่าเพิ่งเชื่อว่าเป็นตัวปลอม ให้ลองศึกษากันไปก่อน

facebook
facebook

2. ชวนพูดคุยทางโทรศัพท์หรือวิดีโอคอล

ผู้ที่ใช้รูปปลอมไม่กล้าเปิดกล้องวิดีโออย่างแน่นอน แต่สำหรับการคุยโทรศัพท์ก็จะทำให้เราพอเดาได้ว่าหน้าตาในรูป จะเข้ากับเสียงมากน้อยแค่ไหน

3. สังเกตประวัตส่วนตัวในเฟซบุ๊ก

เพื่อเทียบกับสิ่งที่คุยกันว่าน่าเชื่อถือหรือไม่ ดูประวัติการทำงาน ประวัติการเรียน หรือการเช็คอินที่ต่าง ๆ แล้วหาจุดเชื่อมโยงกับเราเพื่อสร้างบทสนทนา เช่น เคยไปเกาหลีมาด้วยเหรอ? ไปที่ไหนบ้าง? ไปมานานหรือยัง? เราเคยไปที่…… เป็นต้น  

man using smartphone
man using smartphone

4. สังเกตการอัปเดตรูปภาพ

ว่ามีการคอมเมนต์จากคนสนิท เพื่อน ครอบครัวหรือไม่ เพราะผู้ที่เป็นเจ้าของโปรไฟล์ มักจะมีเพื่อนมาคอมเมนต์แซวกันบ้าง สังเกตจากภาษาของเพื่อนที่ใช้ เพราะหากมีแต่คอมเมนต์ชมว่าหล่อ น่ารัก ก็คงเป็นเพื่อนแค่ในโลกออนไลน์เท่านั้น

person holding iphone space grey open twitter
person holding iphone

5. สังเกตการโพสต์ข้อความ

ว่ามีเพื่อนมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนั้น ๆ หรือไม่ รวมถึงการตอบคอมเมนต์ว่ามีความสนิทกันมากน้อยเพียงไร เพราะหากเป็นโปรไฟล์ปลอมจะไม่ค่อยมีเพื่อนมาแสดงตัวตนสักเท่าไหร่

man using smartphone and holding jeans
man using smartphone

6. สังเกตรูปที่แท๊ก หรือถูกแท๊ก

รูปที่แท๊กจะชี้ชัดว่าเป็นเจ้าของเฟซบุ๊กจริง เพราะมีการพบปะกับเพื่อนจริง แต่สำหรับรูปที่ถูกแท๊กอาจจะถูกปิดกั้นเอาไว้ แต่หากมีก็จะเป็นตัวช่วยในการทำให้เรามั่นใจว่าคือเจ้าของโปรไฟล์จริง

สรุป

การที่เราจะทักไปหาใครสักคนบนโลกออนไลน์ สิ่งแรกที่เรามองคือหน้าตา รูปลักษณ์ภายนอก การใช้ชีวิตผ่านโพสต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโพสต์ข้อความ รูปภาพ หรือเช็คอินสถานที่ มันแสดงออกถึงไลฟ์สไตล์ผ่านสื่อโซเชียล ทำให้หลายคนที่บอกว่า “รักกันที่ใจ” แทบใช้ไม่ได้ในนี้ เพราะสิ่งแรกที่เราจะเห็นบนหน้าโปรไฟล์คือ “รูปภาพ” (ที่ผ่านการแต่งมาแล้ว) ดังนั้น หากจะบอกว่ารูปภาพโปรไฟล์ไม่สำคัญก็คงไม่ใช่ซะทีเดียว

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

บทความน่าอ่านต่อ


<script data-ad-client="ca-pub-2367529442413944" async src="https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>

บทความล่าสุดในหมวด LGBT

• • •

• • •


วิธีนัดเจอคนจากแอปฯให้ปลอดภัย

เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้คนเรามีการติดต่อสื่อสารกับผ่านสมาร์ตโฟนเป็นส่วนใหญ่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีแอปพลิเคชั่นเฉพาะกลุ่มสำหรับชาวเกย์ ทำให้มีการพูดคุยกันได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องมาเดาว่าคนนี้เป็นเกย์หรือชายแท้

เหมือนว่า ปรภ กำลังสอนจระว่ายน้ำ! เพราะหลายคนก็จะมีทักษะส่วนตัวของตนเองในการพบเจอ และก็จะมีประสบการณ์ที่แตกต่างกันไป แต่เพื่อให้การพบเจอคนที่รู้จักกันผ่านแอปพลิเคชั่นหาคู่ปลอดภัย ไร้กังวล อย่าลืมปฏิบัติตามข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

วิธีนัดเจอคนในแอปฯให้ปลอดภัย

หลังจากพูดคุยกันถูกคอ ก็ย่อมต้องการนัดเจอกันเพื่อสานต่อซึ่งความสัมพันธ์ หรือจะเพื่อการอื่นก็แล้วแต่ วันนี้เรื่องเล่าจากครูใหญ่จะขอนำเคล็ดลับการนัดเจอเพื่อนใหม่จากแอปฯหาคู่อย่างปลอดภัยมาฝากกันครับ

silhouette of man holding smartphone

1. ยืนยันตัวตน ก่อนนัดเจอ

ในโลกแห่งแอปพลิเคชันหาคู่เรามักจะไม่ใช้ชื่อจริง หรือบอกชื่อจริงกับใครนัก บางครั้งเราเองก็ไม่ใช้รูปตัวเองในการสนทนาด้วยซ้ำ ซึ่งก่อนที่เราจะนัดเจอใคร เราจะต้องมั่นใจก่อนว่า คนที่เราคุยอยู่มีตัวตนจริงๆ ไม่ใช่เป็นบุคคลลึกลับที่มีฉากวิวเป็นหน้าตา หรือรูปหมาเป็นโปรไฟล์ 

สิ่งที่ควรทำ

  • ขอสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ ที่แสดงโชว์ข้อมูลส่วนตัว เราควรขอเฟซบุ๊กเพื่อยืนยันว่าเรากำลังคุยกับคนที่มีตัวตนจริง เพราะมันจะทำให้เราเห็นถึงสังคมของเขาบนโลกออนไลน์ เห็นเพื่อน เห็นกิจวัตร เห็นการมีตัวตนจริงๆ ไม่ใช่ว่านัดเจอแล้วภาพไม่ตรงกับปก หรือกลับกลายเป็นคนละคนกันได้
  • ขอเบอร์ติดต่อ เพื่อที่จะได้คุยกันได้สะดวกยิ่งขึ้น เพราะบางครั้งอินเทอร์เน็ตก็ไม่เป็นใจ การโทรเข้าหาเบอร์โทรศัพท์โดยตรง นอกจากนี้ หากเค้าเจอเราแล้วชิ่งหนีเทเราไป เราจะได้โทรจิกยังไงล่ะ 555+
  • ขอรูปปัจจุบัน เพราะสมัยนี้แอปพลิเคชั่นแต่งรูปมันล้ำหน้าไปไกล ทำให้เราไม่รู้ว่าหน้าจริง ๆ ของเขาเป็นอย่างไร แม้เราจะมีเฟซบุ๊กหรือสื่ออื่นๆ ของเขา แต่ภาพอาจจะไม่ตรงกับปก อาจมีเพียงเค้าโครงที่คล้ายก็ได้ การขอรูปจากหลากหลายมุมก็เป็นอีกหนึ่งทางที่ช่วยทำให้เรามั่นใจว่าคนที่เรากำลังจะไปเจอมีหน้าตาอย่างไร หรือถ้าจะให้ดี เปิดกล้องคุยไปเลย!

2. บอกเพื่อนเอาไว้

อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน เพราะโลกสมัยนี้มันน่ากลัว การหลอกลวงกันโดยมีสาเหตุมาจากโลกออนไลน์ก็เกิดขึ้นมานับครั้งไม่ถ้วน การบอกใครสักคนว่ากำลังจะไปเจอคนในที่นัดจากแอปฯ ก็จะช่วยบันทึกข้อมูลของเราเอาไว้ได้ หรือถ้าให้ดี ก็ใช้แอปฯ ที่ระบุโลเคชั่นของตัวเองส่งให้เพื่อนคอยตรวจเช็คเสมอ เพื่อให้เพื่อนเรามั่นใจว่าเรายังปลอดภัยดี

3. ตกลงกันว่าจะเจอกันในรูปแบบไหน

พูดให้ชัด ให้เคลียร์ ว่าจะนัดเย..หรือนัดกินข้าวกันเฉยๆ แต่แนะนำว่าครั้งแรกอาจจะเจอกันในที่สาธารณะ เช่น ห้างสรรพสินค้า กินข้าวดูหนัง แล้วหากอยากจะไปต่อค่อยว่ากันอีกที เพราะหากเขาไม่ใช่สเปค เราจะได้เทได้ทัน โดยการอ้างเหตุผลต่างๆ นานาไป แต่หากว่ามันใช่แบบที่ตามหา ก็ชวนไปต่อที่ห้องได้เลย แล้วอย่าลืมทำความสะอาดห้องรอไว้ล่ะ

Man with smartphone
Man with smartphone

4. เตรียมรับมือหากต้องมาห้อง

หากการเจอกันครั้งแรกเป็นการนัดเจอกันที่ห้องส่วนตัวของคุณ จงเตรียมตัวปฏิเสธเรื่องเซ็กส์เอาไว้ เพราะหากคุณยังไม่พร้อม แต่อีกฝ่ายมีท่าทีต้องการ คุณจะต้องเอาแผนที่เตรียมไว้มาปรับใช้ให้ทัน นอกจากนี้คุณต้องเก็บของมีค่าให้ดี อย่าวางล่อตาล่อใจ เพราะเรายังไม่รู้จักเขาดีพอ การระมัดระวังตัวจึงเป็นสิ่งสำคัญ

สรุป

ทุกข้อที่กล่าวมานี้อาจเป็นสิ่งที่ใครหลายๆ คนคุ้นเคยดี จนเหมือนว่ากำลังสอนจระเข้ว่ายน้ำ แต่สำหรับเด็กยุคใหม่อาจจะยังไม่โชกโชน ก็อยากจะฝากให้ระมัดระวังตัว อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจใคร และหากจะมีเพศสัมพันธ์กัน ต้องระลึกไว้เสมอว่า รู้หน้าไม่รู้ผลเลือด อย่าสดเด็ดขาดหากยังไม่แน่ใจ อย่าหลงคารมณ์และทำพลาดเพียงเพราะความสนุกชั่วครู่ แล้วจะมาเสียใจทั้งชีวิต แม้ว่าเอชไอวีจะไม่ได้น่ากลัว แต่อย่าลืมว่ายังมีโรคติดต่อทางเพศอื่นๆ อีก ที่มันร้ายแรงและน่ากลัวกว่า ดังนั้น ปลอดภัยไว้ก่อนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

บทความน่าอ่านต่อ


<script data-ad-client="ca-pub-2367529442413944" async src="https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>

บทความล่าสุดในหมวด LGBT

• • •

• • •


Man with flower

เกย์ไม่ชอบเซ็กส์ทางประตูหลังมีอยู่จริง

การมีเพศสัมพันธ์ในกลุ่มเกย์เป็นการมีเพศสัมพันธ์ผ่านทางทวารหนัก หรือที่เรียกกันว่าเซ็กส์ทางประตูหลัง ซึ่งอาจไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนชื่นชอบเสมอไป เพราะฝ่ายรับบางคนอาจมีปัญหากับระบบทางเดินอาหาร หูรูดชำรุด หรือกินของแสลง ในขณะที่อยากจะเทิร์นรุกแต่ก็ดันหดเหี่ยวไม่ชูชัน

นี่อาจเป็นปัญหาที่ดูตลก แต่ ปรภ เชื่อว่ามีหลายคนประสบกับปัญหาดังกล่าว เช่นเดียวกับคนทั่วโลกที่จะขอหยิบเรื่องราวมาเล่าต่อไปนี้

gay couple
gay couple

มายาคติของเกย์ทั่วโลกมองว่าการเป็นเกย์จะต้องมีเพียงรุกและรับ เพราะหลายคนยังขาดความรู้เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์กับเพศทางเลือกรวมถึงหนังโป๊เกย์ส่วนใหญ่สะท้อนภาพการมีความสุขจากการมีเซ็กส์ทางประตูหลัง ยิ่งทำให้ภาพจำนั้นมองว่าการเป็นเกย์จะต้องชอบการมีเซ็กส์อย่างแน่นอน

เซ็กส์ถือเป็นประสบการณ์ทางอารมณ์อย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ ความรู้สึกจะยังคงมีอยู่จริง เซ็กส์ที่ดีคือเซ็กส์ที่คำนึงถึงความรู้สึกของตัวเอง แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกครั้งที่มีเซ็กส์จะต้องมีความโรแมนติกหรือมีความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง

งานวิจัยจาก George Mason University ได้ทำการสำรวจทางออนไลน์ถึงประสบการณ์มีเพศสัมพันธ์ครั้งล่าสุดของเกย์และไบอายุไบอายุระหว่าง 18-60 ทั่วอเมริกากว่า 25,000 คน โดยไม่นำบทบาทพฤติกรรมทางเพศมาเกี่ยวข้อง พบว่า

มีเพียง 35% ของเกย์และไบที่มีเซ็กส์ทางประตูหลังในประสบการณ์เซ็กส์ครั้งล่าสุด โดย 70-75% ชอบการจูบ การทำออรัลเซ็กส์ หรือสลับกันช่วยตัวเองมากกว่า หลายเหตุผลที่ทำให้เกย์และไบชอบการใช้ปากและมือให้กันเป็นเพราะมันไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากและไม่ต้องเตรียมตัว

A man wearing a white hat stuck out his tongue
man stuck out his tongue

Dr. Lee Kinsey นักบำบัดเรื่องเซ็กส์ของ The Montfort Group อธิบายว่า เซ็กส์ที่ดีเป็นเรื่องที่ซับซ้อน จึงมีหลายครั้งที่การมีเซ็กส์ด้วยการสอดใส่ไม่ได้สร้างประสบการณ์ทื่ดีให้กับทั้งฝ่ายรุกและรับ นอกจากนี้ยังไม่มีการสอนการมีเซ็กส์ที่ดีให้กับเกย์อีกด้วย ไม่เคยมีการสอนว่าการมีเซ็กส์ที่ดีจะต้องทำยังไง

อย่างไรก็ตามกิจกรรมทางเพศถือเป็นศิลปะที่ไม่ใช่เพียงแค่การสอดใส่อวัยวะเพศเพียงอย่างเดียว แต่การเล้าโลม การกระตุ้นอารมณ์ของอีกฝ่าย รวมไปถึงการทำความสะอาดก่อนและหลังก็ยังเป็นสิ่งที่ห้ามลืมเด็ดขาด ทำความรู้จักวิธีการทำความสะอาดก่อนมีเซ็กส์ คลิก

จากการศึกษาเดียวกันพบว่า ผู้ชายที่อายุมากกว่า 40 ปีมีความพึงพอใจเซ็กส์ทางทวารหนักมากกว่าผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 15-20% นั่นแสดงให้เห็นว่าผู้ที่ผ่านประสบการณ์การมีเซ็กส์ทางทวารมาอย่างโชกโชนจะหาความสุขจากเซ็กส์ทางประตูหลังได้ดีกว่าเกย์รุ่นเยาว์

นอกจากนี้เกย์ยุคใหม่มีความกลัวการติดเชื้อเอชไอวี และโรคทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ รวมไปถึงความอับอายทำให้เกย์หลายคนไม่มีเซ็กส์ทางประตูหลัง แม้ว่าในปัจจุบันจะมียา PrEP แต่ก็ไม่ช่วยให้คนมีเซ็กส์ทางประตูหลังเพิ่มขึ้น นั่นเป็นเพราะยา PrEP ไม่ได้ช่วยลดความเจ็บปวดเวลาที่ฝ่ายรับเปิดประตูต้อนรับฝ่ายรุก อ่านบทความเรื่อง PrEP PEP ต่างกันอย่างไร ใครควรกิน คลิก

เซ็กส์ของเกย์จะเป็นอย่างไรหากไม่ใช่การสอดใส่ทางประตูหลัง?

คำว่า “ภายนอก” เป็นศัพท์ที่เกย์ส่วนใหญ่รู้จักกันดี นั่นคือการมีเซ็กส์กันเพียงแค่ภายนอก การใช้มือหรือใช้ปากช่วยกันสำเร็จความใคร่เป็นทางออกสำหรับการมีเซ็กส์ของเกย์ที่ตกลงกันไม่ได้ว่าจะรุกหรือรับ ซึ่งสำหรับบางคนเพียงแค่กอดจูบก็มีความสุขและไม่จำเป็นต้องสอดใส่ทางทวารหนักเสมอไป

สรุป

หากใครที่ไม่ชื่นชอบการมีเซ็กส์ทางประตูหลัง หรือไม่มีความสุขจากการสอดใส่ ถือเป็นรสนิยมอย่างหนึ่ง เพราะการมีเซ็กส์ที่มีเป้าหมายในการมีอะไรทางประตูหลังเพียงอย่างเดียวนั้นออกจะน่าเบื่อซ้ำซาก เพราะยังมีอีกหลายอย่างที่เราสามารถเติมเต็มให้รสชาติเซ็กส์เป็นเรื่องที่น่าสนใจ สนุก และทำให้คู่ของคุณรู้สึกดีได้

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลบางส่วนจาก Huffpost

บทความน่าอ่านต่อ


<script data-ad-client="ca-pub-2367529442413944" async src="https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>

บทความล่าสุดในหมวด LGBT

• • •

• • •


gay 4.0

เกย์ไทย 4.0

ในยุคสมัยที่อะไรๆ ก็ 4.0 ไปหมด (แม้ว่าบางที่จะไป 5.0 แล้วก็ตาม) เราได้ยินคำว่า 4.0 ต่อกันมากมาย แต่เรารู้ไหมว่าอะไรคือ 4.0 แล้วทำไมเราถึงเห็นคำว่า 4.0 ต่อท้ายหลายสิ่งหลาย อย่าง วันนี้ปรภจึงขอนำ 4.0 นี้ มาต่อท้ายกับ “เกย์ไทย” บ้าง จึงเป็นที่มาของ เกย์ไทยยุค 4.0

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
Health Tecnology
Health Tecnology

ทำไมถึงต้องเกย์ 4.0 ? วันนี้จะพาเกย์ไทยทุกคนอัปเกรดตัวเองให้ก้าวทันยุค กลายร่างแบบเซเลอร์มูนเป็น เกย์ไทย 4.0 กัน แต่ก่อนที่เราจะไปถึง 4 เราต้องทำความรู้จักก่อนว่าแต่ละยุคมันคืออะไร

ยุคสมัย 1.0 – 4.0

  • 1.0 คือ การพัฒนาประเทศบนฐานรายได้ภาคเกษตรกรรมและหัตถกรรมเป็นหลัก
  • 2.0 คือ การพัฒนาประเทศโดยเน้นอุตสาหกรรมเบา เน้นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและแรงงานราคาถูก
  • 3.0 คือ การพัฒนาประเทศโดยใช้อุตสาหกรรมหนักเป็นตัวขับเคลื่อน เร่งรัดการผลิตเพื่อเป็นการส่งเสริมการส่งออก
  • 4.0 คือ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งจะนำไปสู่ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Value-Based Economy)” 

แต่ถ้าเป็นในโลกของเกย์เมื่อแบ่งออกมาเป็นยุคต่างๆ ปรภ เปรียบเปรยเอาไว้ดังนี้

เกย์ไทยยุค 1.0

ยุคแรกเริ่มที่เกย์เราเริ่มมีตัวตนมากขึ้นในสังคม หากเปรียบให้เห็นง่ายก็คงเป็นยุคของภาพยนตร์เรื่อง เพลงสุดท้าย (2528) ฉันผู้ชายนะยะ (2530) ในยุคนั้นเราเริ่มเห็นการมีตัวละครที่เรียกว่า “กะเทย” เสียส่วนใหญ่ และภาพบนจอมักเป็นเรื่องราวของชีวิตที่ไม่สมหวังของเพศที่สาม แต่ก็มีภาพยนตร์ที่เรียกเสียงหัวเราะตามมา เช่น สตรีเหล็ก (2543) พรางชมพู (2545) ปล้นนะยะ (2547) เป็นต้น

the last song, I am a-man, Iron Lady
Thai Film

ในยุคนั้นเราจะรู้จักกันในคำว่า ตุ๊ด แต๋ว กะเทย ฯลฯ เราเริ่มเห็นการมีตัวละครที่เป็นตัวตลก และสามารถสร้างเสียงหัวเราะให้กับคนดู และเป็นภาพจำมาจนถึงปัจจุบัน

เมื่อมองในสังคม เราจะเห็นว่าในยุคนี้ เริ่มมีการล้อเลียนด้วยคำว่า อัดถั่วดำ หรือตุ๋ยตูด หรืออื่นๆ ที่แสดงไปในเชิงล้อเลียน บวกกับภาพจำของความตลกเฮฮาบนแผ่นฟิล์มทำให้สังคมมองว่า ตุ๊ด หรือกะเทย จะต้องสร้างเสียงหัวเราะ สร้างความเฮฮา

เกย์ไทยยุคนี้จะยังไม่เฟื่องฟู การหาคู่อาจจะเป็นการพบเจอกันตามผับกลางคืน หรือตามสถานที่อโคจรต่างๆ ซึ่งหลายคนยังไม่กล้าแสดงออกและหลบซ่อนตัวอยู่ในเงามืดก็อาจจะต้องยอมแต่งงานกับผู้หญิงเพื่อให้เป็นที่ยอมรับในสังคม

เกย์ไทยยุค 2.0

ยุคนี้ที่เปลี่ยนภาพของชายรักชายโดยสิ้นเชิง คำว่า เกย์ (Gay) มีบทบาทมากขึ้น และเริ่มมีการใช้คำว่า ชายรักชาย ในทางวิชาการมากขึ้น

THE LOVE OF SIAM thai movie
THE LOVE OF SIAM (2550)

ภาพยนตร์ที่พลิกโฉมภาพลักษณ์ของชายรักชายคือภาพยนตร์เรื่อง รักแห่งสยาม (2550) และเพื่อนกูรักมึงวะ (2550) ที่เปลี่ยนภาพลักษณ์ของตุ๊ด และกะเทย สู่ เกย์แมน ลบภาพที่เกย์จะต้องเป็นคนที่สาววี๊ดว๊ายอย่างเดียว แต่ในอีกด้านก็ยังคงมีภาพยนตร์ที่เน้นไปด้านความบันเทิง เช่น หอแต๋วแตก (2550) หรือแต๋วเตะ ตีนระเบิด (2552) เป็นต้น

สังคมในยุคนั้นที่อินเทอร์เน็ตเริ่มมีบทบาทมากขึ้น การพูดคุยผ่าน MSN การสร้างสังคมออนไลน์ Hi5 ไปจนถึง facebook, twitter หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์อื่นๆ ทำให้เริ่มมีเกย์ส่วนมากเปิดเผยตัวออกมา มีการแสดงออกกันมากขึ้น การเปิดเผยของเกย์บนสังคมออนไลน์อ่านต่อได้ที่
ผมเป็นเกย์ครับ คลิก

Bangkok Love (2550) thai movie
Bangkok Love (2550)

เริ่มมีคู่รักชายรักชายให้เห็นบ้างในสังคม ซึ่งมีการยอมรับได้ในส่วนหนึ่ง เริ่มมีการพบปะกันของกลุ่มชายรักชาย มีการวันไนท์สแตนด์เกิดขึ้นระหว่างกันมากมาย เป็นยุคที่ผับและบาร์เกย์เฟื่องฟูและถือเป็นยุคที่เอชไอวีเริ่มแพร่กระจายในกลุ่มที่ไม่มีการป้องกัน อ่านเรื่องราวความรักของเกย์ที่มีเชื้อเอชไอวีได้ที่ ใช้ชีวิตกับ HIV คลิก

เกย์ไทยยุค 3.0

จากที่ประสบสำเร็จกับยุค 2.0 ทำให้เริ่มมีรายการโทรทัศน์ มีซีรีส์ และเริ่มมีสาววายเกิดขึ้น มีผู้ที่คลั่งไคล้กลุ่มชายรักชาย มีความชอบที่จะเห็นผู้ชายสองคนรักกัน มีคนรู้จักคำว่า LGBTQ มากขึ้น (L = Lesbian, G= Gay, B = Bisexual, T = Transgender / Transsexual, Q = Queer) เป็นยุคที่สื่อที่มีเนื้อชายรักชายสามารถอยู่บนจอแก้ว (โทรทัศน์) ได้อย่างไม่แปลก ไม่ว่าจะรายการเทยเที่ยวไทย (2554 – ปัจจุบัน) เลิฟซิคเดอะซีรีส์ (2557) มาจนถึง ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ เดอะซีรีส์ (2559) โซตัส เดอะซีรีส์ (2560) รายการแดร็ก เรซ ไทย (2561) รวมไปถึง ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะเฟค (2562) ฯลฯ

รายการและซีรีส์ที่เป็นเรื่องราวของเกย์ หรือกะเทย ที่แบ่งแยกอย่างชัดเจน ทำให้สังคมเริ่มมีความเข้าใจและเริ่มใช้คำว่า “กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ” มากขึ้น

Tootsie and the fake (2562)
Tootsie and the fake

ในยุคนี้ เกย์ไทยใช้เทคโนโลยีมากมาย ไม่ว่าจะแอปพลิเคชันแชทเฉพาะกลุ่ม หรือที่หลายคนเรียกมันว่า แอปฯหาคู่ ไม่ว่าจะเป็น Grindr, JackD, Hornet, BlueD etc. ด้วยการสื่อสารที่เชื่อมโยงถึงกัน และเราระบุตัวตน “เกย์” ได้ง่ายขึ้น ทำให้เกย์เราหาคู่รัก หรือคู่นอน กันได้ง่ายขึ้น เกิดเป็นเครือข่ายเกย์ที่เกิดการ “กินกันเป็นวงกลม” และเมื่อได้กันง่าย ก็ “เท” กันง่ายเช่นกัน ถ้าอยากรู้ว่าเกย์ส่วนใหญ่ใช้คำอะไรทักทายกัน อย นน สส คืออะไร ทำไมเกย์ต้องถามก่อนนัดยิ้ม คลิก และ “สาวไหม” คำถามฮิตที่เกย์ต้องเจอ

อย่างไรก็ตามในยุคนี้มีเทคโนโลยีการป้องกันเอชไอวีที่มาในรูปแบบของยาต้าน ยา PrEP ยา PEP เป็นต้น ซึ่งการมีตัวยานี้ รวมไปถึงการมีอยู่ของแอปพลิเคชั่นเกย์ ทำให้หลายคนมีเพศสัมพันธ์กันโดยไม่ป้องกันมากขึ้น ทำความรู้จักกับยา PrEP PEP ต่างกันอย่างไร ใครควรกิน

เกย์ไทยยุค 4.0

คือวันนี้ ตอนนี้ และอนาคตที่มันกำลังจะเป็นไป ตัวเราคือผู้ที่จะกำหนดไปด้วยกัน ปรภ ไม่รู้ว่าอนาคตเกย์ไทยจะเป็นอย่างไร แต่จากสถานการณ์ตอนนี้ แม้ว่าหลายคนจะบอกว่าสังคมไทยคือสังคมที่เปิดอิสระเสรี สวรรค์ของชาวสีม่วง แต่หากมองกลับมายังเรื่องใกล้ตัวยังมีอีกหลายครอบครัวที่ กว่าจะรับได้ ที่ลูกเป็นกะเทย กลุ่มชายรักชายยังคงไม่มีสิทธิ์ในเรื่องง่าย ๆ เช่น การจดทะเบียนสมรส รวมไปถึงการอยู่ในหน้าที่การงานในบางสายอาชีพ ที่หลายคนยังคงนำภาพจำในอดีตมาเป็นตัวตัดสิน เพราะยังไม่เข้าใจว่า ความหลากหลายทางเพศคืออะไร

Drag Queen
Drag Queen

แม้ว่า WHO จะประกาศแก้ไขคู่มือ ICD-11 ว่า การมีเพศสภาพไม่สอดคล้องกับเพศกำเนิดไม่ถือว่าเป็นอาการป่วยทางจิต โดยการที่เพศสภาพไม่สอดคล้องกับเพศกำเนิด ได้ถูกลบออกหมวด ‘ความผิดปกติทางจิตและพฤติกรรม’ และย้ายไปอยู่ในหมวด ‘กรณีที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพทางเพศ’ แทน

นอกจากนี้ WHO ยังอธิบายอีกว่า “การมีเพศสภาพไม่สอดคล้องกับเพศกำเนิด” มีหลักฐานพิสูจน์ชัดเจนว่าไม่ใช่อาการทางจิตเวช ซึ่งการระบุว่าคนข้ามเพศเป็นโรคหรือปัญหาสุขภาพจะเป็นการตีตราคนข้ามเพศอย่างร้ายแรง

สังคมที่บอกว่าเปิดกว้างนั้นยังคงคาดหวังให้เกย์ไทยทำอะไรดีๆ เพื่อสังคมอีกมากมาย แต่อยากให้มองกลับมาที่ตัวเอง ที่เราเองก็เป็นคนไม่ต่างอะไรจากเพศชายหรือเพศหญิง ที่เราก็มีความรู้สึกนึกคิด มีความผิดชอบชั่วดี มีความรัก มีความเกลียด สามารถทำผิดพลาด สามารถหกล้ม ร้องไห้ เสียใจ

สังคมมักบอกว่า จะเป็นเกย์ก็ได้ แต่ขอให้เป็นคนดี มันคือการคาดหวังให้ชายรักชายเป็นคนดีเพียงอย่างเดียวซึ่งถือเป็นการฝากภาระเอาไว้ให้กับเกย์ไทย

woman be proud on rainbow color
woman be proud

ปรภ เชื่อว่ามีเกย์หลายคนที่ไม่เก่ง ที่เป็นขโมย ที่เป็นขอทาน หรือเกย์ในมุมมืดอื่นๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าเพศไหนก็ย่อมมีสีดำด้วยกันทั้งนั้น แต่อยากให้เกย์ในมุมมืดมีกำลังใจ และหันมาร่วมกันทำให้ภาพลักษณ์ของเกย์ไทยในยุค 4.0 ที่เราจะร่วมสร้างไปด้วยกัน เป็นอีกหนึ่งพลังความดีที่จะส่งต่อและเชื่อมโยงกันและกัน สู่สังคมไทยที่เปิดรับเกย์ไทยอย่างแท้จริง

จะเป็นเกย์ 4.0 ยังไง?…สิ่งแรกที่ควรทำคือ เลิกเหยียดกันเอง เลิกเหยียดซ้อนเหยียด ให้เกียรติเกย์สาวเฉกเช่นเดียวกับเกย์แมน ไม่ว่าเขาจะอยู่ในบริบทใด

สรุปเกย์ไทยยุค 4.0 คืออะไร?

“…มันคืออนาคตใหม่ของพวกเรา ที่จะช่วยกันสร้างมันขึ้นมา ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด พัฒนาตัวเองสม่ำเสมอ หากพบกับข้อกังขาที่จะมีเรื่องเพศสภาพมาเป็นอุปสรรค ขอให้ทุกคนก้าวผ่านมันไป คนที่ดูถูกหรือเหยียดหยามเรา เมื่อเขากระทำเสร็จ เขาก็ลืมและจากไป มีแต่ปมที่เราสร้างขึ้นด้วยจิตสำนึกของเราเองที่จะผูกปมเอาไว้ จงปลดปล่อยปมนั้น และทิ้งมันไป ตราบใดที่เราเป็นตัวเรา อาจจะไม่ต้องดีมาก เป็นแบบที่เป็น ก้าวผ่านกำแพงคำดูถูกเหยียดหยามให้ได้ และออกมาสู่แสงสว่างที่พร้อมจะส่องประกายให้ทุกคนได้เห็นสีขาวในตัวเรา…”

ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ติดกับบางปัญหาในชีวิต
ฝ่าฟันมันไปให้ได้นะครับ

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลบางส่วนจาก haiharvardwu gotoknow.org positioningmag.com voicetv.co.th

บทความน่าอ่านต่อ


<script data-ad-client="ca-pub-2367529442413944" async src="https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>

บทความล่าสุดในหมวด LGBT

• • •

• • •


Potrait asian guy

“สาวไหม” มายาคติที่ทำให้เกย์แอ๊บแมน

เคยไหมที่เราอยากรู้ว่าคนที่เราคุยด้วยอยู่ออกสาวหรือไม่ แล้วอยากรู้ไหมว่าเกย์หล่อล่ำที่เพิ่งเดินผ่านไปสาวรึเปล่า แล้วถ้าเจอคำถามจากคู่สนทนาถามว่า “นายสาวไหม” คุณจะตอบอย่างไร ตอบว่าแมน หรือไม่สาว แล้วสาวแค่ไหนถึงจะเรียกว่าสาว เกย์ที่แสดงออกแบบตุ้งติ้งถูกเหมารวมว่าสาวทั้งหมด จนทำให้หลายคนเลือกที่จะแอ๊บแมนจริงหรือไม่

บทความนี้ ปรภ ขอชวนถามว่า เกย์สาวผิดตรงไหน แล้วทำไมเกย์แมนถึงเป็นที่นิยม?

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
man in blue denim jeans with brown leather coat draped over shoulders
man in blue denim-jeans

ประเทศไทยเปิดกว้างในเรื่องของรสนิยมทางเพศ สังคมส่วนใหญ่รับรู้การมีอยู่และไม่ได้กีดกันกลุ่มเพศที่สามเหมือนในอดีต แต่ขณะเดียวกัน การเหยียดกันเองในกลุ่มเกย์แมน เกย์สาวยังมีให้เห็นอยู่ทั่วไป จนทำให้หลายคนเลือกที่จะแอ๊บแมนเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตัวเอง

ในวงการบันเทิงไทยศิลปินมากมายยังคงถูกเหล่าแฟนคลับตั้งคำถามว่า คนนี้เป็นเกย์มั้ย?… คนนี้เป็นป่ะ?… ถ้าคนนี้เป็นหรือไม่เป็นเกย์แล้วยังไง?… หากเขาจะเป็นเกย์แล้วมีลูกมันผิดกฎใดหรือ?… หรือเกย์จะแต่งงานกับผู้หญิงสร้างครอบครัวเพื่อมีบุตรผิดหรือไม่?… ถ้าเขาจะเป็นเกย์หรือไม่เป็นเกย์ ความนิยม หรือความชอบของแฟนคลับจะลดน้อยลงเหรอ?… แบบนี้เรียกว่าสังคมเปิดกว้างแล้วหรือยัง ในเมื่อเรายังเอาเรื่องเพศมาเป็นตัวตัดสินใจความชอบกันอยู่ หากเขาเป็นเกย์คนจะชอบน้อยลงเพียงเพราะรสนิยมทางเพศของเขางั้นหรือ?

Teng Nueng

สาวแค่ไหนถึงเรียกว่า “สาว”

ไม่ใช่เพียงคนทั่วไปเท่านั้นที่ยังคงไม่เปิดรับ แต่เกย์ด้วยกันเองก็ยังคงเหยียดความสาวของเพื่อนเกย์เช่นกัน เคยได้ยินคำว่า “สาวเสียบไหม?” หรือเคยเห็นเกย์แต่งหญิงที่พฤติกรรมทางเพศเป็นรุกไหม? ยุคสมัยนี้หลายคนคาดหวังให้เกย์แมนเป็นรุก และเกย์สาวเป็นรับ ซึ่งในความเป็นจริงมีเกย์รุกหลายคนที่แสดงออกท่าทีตุ้งติ้งแต่ยังคงมีบทบาททางเพศเป็นรุก แต่หลายครั้งเกย์มักจะเจอกับคำถามว่า “สาวไหม”

สำหรับคำถามที่ตั้งเอาไว้ ปรภอาจไม่มีคำตอบให้ แต่อยากจะตั้งถามกับผู้อ่านทุกคนว่า การที่เราถามใครสักคนว่า “นายสาวไหม” คุณคิดว่าผู้ฟัง ผู้อ่านจะตอบความจริงหรือไม่ หากการแอ๊บแมนสามารถทดแทนความสาวได้ก็ทำให้ถูกตบตาได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามความสาวจะทำให้คุณไม่อยากรู้จักเขางั้นเหรอ? ปรภ ขอเสนอทางออกที่เหมาะกับทุกคนที่เจอคำถามนี้ว่า

ไม่ได้แมนถึงขั้นเตะบอลและไม่ได้สาวถึงขั้นเป็นบริทนีย์

Britney Spears
Britney Spears

เกย์รุกก็สาวได้

หากคุณเป็นเกย์รุกที่ออกสาวหรือแต่งหญิงก็อาจจะต้องทำใจ เพราะเกย์พิมพ์นิยมที่คนส่วนใหญ่ต้องการคือเกย์รุก แมน ล่ำ มีกล้าม ในขณะที่รับ สาว ผอม แห้ง อ้วน มักเป็นที่นิยมน้อยกว่า นั่นคือความชอบส่วนบุคคล เพราะในอดีตก่อนจะมีคำว่า “เกย์” หลายคนมักมองกลุ่มคนที่มีรสนิยมชอบเพศเดียวกันเป็นกะเทย เป็นตุ๊ด ซึ่งมีความสาวเป็นทุนเดิม ก่อให้เกิดภาพมายาคติที่ทุกคนจะมองว่าเกย์จะต้องสาว และทำให้กลุ่มเกย์ด้วยกันเองไม่ยอมรับภาพมายาคตินี้

นอกเหนือจากคำถาม อย นน สส (คลิกเพื่ออ่าน) ที่เกย์เจอประจำ ก็มีคำถาม “สาวไหม” นี่แหละที่เกย์มักเจอเป็นประจำ เรื่องนี้คงแก้ไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องของความชอบส่วนบุคคลที่ยังคงยึดติดกับภาพมายาคติเดิม ทำให้หลายคนเลือกแสดงออกความแมนออกมา ซึ่งมักจะขัดแย้งกับความจริง

หยุดเรียกฉันว่า “คุณแม่”

อย่างไรก็ตามความในใจของชาวเน็ตคนหนึ่งที่เป็น เกย์ จากพันทิปที่ตั้งกระทู้ว่า เกย์ทุกคนไม่ใช่ “คุณแม่” “ซิส” ของคุณนะครับ

“…ผมยอมรับว่าผมเป็นเกย์ไม่แสดงออก ไม่ใช่ว่าแอ๊บแมน แต่ใช้ชีวิตปกติ เพียงแต่ไม่ได้ไปประกาศว่าเรามีรสนิยมทางเพศแบบนั้น ไม่มีใครรู้ว่าผมเป็นเกย์ ครอบครัว เพื่อน พี่น้อง เพราะผมกลัวว่าหากจะบอกทุกคนว่าผมเป็นเกย์ ก็กลัวว่าทุกคนจะรังเกียจ ผมกลัวว่าเพื่อนจะรับไม่ได้ เพราะผมมีเพื่อนผู้ชายเยอะกว่าผู้หญิง กลัวครอบครัวจะรับไม่ได้เพราะทุกคนต่างคาดหวังให้ผมมีภรรยาและลูกให้เร็ว ทุกวันนี้ถามผมทุกวันว่าเมื่อไหร่จะมีเมียมีลูกให้พ่อแม่ได้เลี้ยงหลานสักที ซึ่งใจผมอยากมีมากครับ แต่ไม่มีผู้หญิงคนไหนชอบเกย์หรอกครับ…”

“…วันหนึ่งผมมาทำงานไกลบ้าน คนที่ทำงานถามผมว่าเป็นเกย์หรือปล่าว ผมเลยตัดสินใจบอกว่าเป็นครับ เท่านั้นแหละครับ เรียกผมคุณแม่กันทั้งออฟฟิศ เรียกซิสบ้าง มาคุยเรื่องเสื้อผ้า เครื่องสำอาง ซึ่งผมไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้เลย…”

“…ผมมักจะถูกถามว่าเป็นเกย์แต่ไม่รู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร เป็นเกย์ไม่ได้หมายความว่าเราอยากเป็นผู้หญิง ผมไม่เคยอยากสวย ไม่ได้อยากใส่ส้นสูง แค่เป็นผู้ชายที่ชอบกีฬาแอดเวนเจอร์ เล่นเกม ดูบอลเหมือนคนปกติทั่วไป หลายครั้งที่โดนล้อว่าใส่ส้นสูงไหม เอากระโปรงไหม มันไม่ได้ตลก เกย์ก็คือผู้ชายที่มีรสนิยมชอบเกย์เหมือนกันแค่นั้น…”

“…ผู้หญิงผมก็ชอบ ชอบมองอะไรที่มันสวยงาม ไม่ได้หมายความว่าจะต้องรู้เรื่องพวกนั้น ผู้หญิงก็เอาได้ไม่รังเกียจเหมือนกัน แค่นั้นทั้งออฟฟิศก็ไม่ค่อยเข้ามาคุยกับผมเลย เพราะพวกเขาคงคิดว่าผมเป็นผู้ชายมากเกินไป ส่วนเพื่อนผู้ชายบางคนก็ไม่มาสุงสิงกับผมกลับคิดว่าผมอ่อนหวานเกินไป แต่บางคนก็ยังคุยได้ปกติ…”

“…ผู้หญิงและผู้ชายบางคนคงจะจำมาจากสื่อที่ยังคงวนเวียนกับการสร้างมายาคติให้เกย์เป็นตัวละครที่แสดงถึงการเป็น ‘เกย์สาว’ สะดีดสะดิ้ง แต่งตัวสีสันจัดจ้าน ปากจัด บ้าผู้ชาย ที่สุดท้ายก็ต้องโดนเหมารวมกันไปว่า ‘นี่ไง เกย์เป็นแบบนี้’ ผมอยากจะบอกว่าเกย์ทุกคนไม่ได้บ้าผู้ชาย บ้าเซ็กส์นะครับ ผู้หญิงเกย์ก็ชอบนะครับ เพราะยังไงเกย์ก็คือผู้ชายอยู่ดี…”

man buttoning his maroon formal suit jacket
man from-Vietnam

จากกระทู้ดังกล่าวทำให้เราเห็นได้ชัดว่ามายาคติของสังคมคือ เกย์จะต้องตุ้งติ้ง สาว อ่อนหวาน แม้ความจริงจะไม่ใช่อย่างนั้นเสียทั้งหมด ดังนั้นการที่เราเป็นเกย์ด้วยกันก็ไม่ควรทำร้ายจิตใจด้วยการถามว่า “นายสาวไหม” คำถามที่อยากฝากให้กลับไปคิดคือ เราถามไปเพื่ออะไร และหากเราโดนถามบ้างจะเป็นอย่างไร การมองอีกฝ่ายว่าสาวหรือแมน คาดเดาว่าอีกฝ่ายจะเป็นรุกหรือเป็นรับ นี่เรากำลังเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์หรือเปล่า? เราควรเคารพสิทธิทางเพศของทุกคน ไม่ว่าจะแมนหรือสาวทุกคนมีความเท่าเทียมกัน

Gay couple
Gay couple

สรุป

ในปัจจุบันทั่วโลกกำลังเข้าสู่ยุคแห่งการทำให้ทุกคนภูมิใจในตัวตนของตัวเอง ไม่ว่าคุณจะมาจากประเทศไหน เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ไหน สาวหรือแมน ทุกคนควรภูมิใจในตัวเอง เพราะทุกคนมีข้อดีจุดเด่นของตัวเอง การเลือกแอ๊บแมนเพื่อทำให้อีกฝ่ายชื่นชอบไม่สามารถคงอยู่ได้ตลอดไป แต่การยอมรับตัวเองว่า ฉันสาว แต่ฉันมีกาลเทศะ ไม่ใช่สาวไปทั่ว ไม่ได้วี๊ดว๊ายไปทุกที่ แต่เราสาวในแบบที่เราเป็น สาวเพราะดีเอ็นเอความเป็นเกย์ และไม่ต้องการแอ๊บแมน

จงเคารพในเพศสภาพของแต่ละคน

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

บทความที่น่าอ่านต่อ


<script data-ad-client="ca-pub-2367529442413944" async src="https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>

บทความล่าสุดในหมวด LGBT

• • •

• • •


silhouette of man holding smartphone

App นัดยิ้ม ทำให้เกย์ได้กันง่าย (จริงเหรอ?)

การสื่อสารที่เข้าถึงได้ง่าย ทำให้การมีปฏิสัมพันธ์บนพื้นที่ออฟไลน์ยากขึ้น ผู้คนไม่กล้าที่จะเข้าไปพูดคุยกันต่อหน้า ไม่กล้าเข้าไปทักทาย ไม่กล้าเข้าไปจีบกันเอง แต่หากใช้งานแอปพลิเคชันจะทำให้เพิ่มความกล้าในการพูดคุย นัดเจอ และมีเพศสัมพันธ์กันในที่สุด

บทความนี้ ปรภ จะชวนผู้อ่านทุกคนมาหาคำตอบว่า สรุปแล้ว การมีอยู่ของแอปพลิเคชันที่สามารถเรียกว่า App นัดยิ้มสามารถทำให้เกย์ได้กันง่ายจริงเหรอ?

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
Gay Application
Gay Application

เทคโนโลยีการสื่อสารที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า เกย์ได้กันง่ายจริงเหรอ? นั่นเป็นเพราะปัจจุบันมีแอปพลิเคชันแชทเฉพาะกลุ่มสำหรับคนหลากหลายทางเพศ โดยเฉพาะในกลุ่มชายรักชาย ไม่ว่าจะเป็น Grindr Jack’D Hornet หรือ Blued 

แม้ว่าปัจจุบันจะมีสถานที่บันเทิงเฉพาะกลุ่มเกย์มากมาย หรือสถานบันเทิงที่เกย์นิยมไป แต่การเริ่มต้นสนทนา กับความอายก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกย์ส่วนใหญ่หันมาใช้งานแอปพลิเคชันนัดยิ้มเฉพาะในกลุ่มเกย์ เนื่องจากกลัวการปฏิเสธ หรือกลัวที่จะ “นก” (อ่านเรื่อง 15 เหตุผล ทำไมถึงนก คลิก)

man using smartphone and holding jeans
man using smartphone

การใช้แอปพลิเคชันนัดยิ้มทำให้โลกแคบลง ผู้คนเข้าถึงกันได้ง่าย แม้ว่าจะมีการพูดคุยกันต่อผ่านแอปพลิเคชันอื่น เช่น ไลน์ เฟซบุ๊ก แต่จุดเริ่มต้นของการทักทายมักเกิดขึ้นที่แอปนัดยิ้ม เพราะต่างฝ่ายไม่ต้องพูดคุยแบบเผชิญหน้า ทำให้เกิดความกล้าที่จะสนทนาในภาษาที่ปกติไม่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ข้อเสียของการสนทนากับผู้คนผ่านแอปนัดยิ้มคือ การถูกหลอกลวงด้วยภาพโปรไฟล์สวยหรู ภาพคนอื่นที่ดูดี หุ่นดี ที่มักเป็นที่นิยมให้คนอื่นเข้ามาทักทาย แต่พอถึงเวลาต้องการขอแอดไอดีบัญชีทางการอื่นๆ มักจะโดนบ่ายเบี่ยง และโดนบล็อกในที่สุด ดังนั้นการทักทายกันผ่านแอปพลิเคชันคุณอาจจะต้องลุ้นว่าตัวจริงกับในภาพเป็นคนเดียวกันหรือไม่ และระมัดระวังการถูกหลอกให้โอนเงิน หรือถูกทำร้ายร่างกายเมื่อนัดเจอ แต่อย่างน้อยการใช้แอปพลิเคชันนัดยิ้มก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการสนทนาระหว่างผู้ที่ไม่รู้จักกันมาก่อนที่จะนัดเจอกันในภายหลัง

man using smartphone
man using smartphone

การสื่อสารที่เข้าถึงง่ายเช่นนี้ ทำให้สอดคล้องกับการถาม อย นน สส แถวไหน แบบไหน ที่หลายคนอาจงงว่าทำไมเกย์ต้องถามก่อนนัดยิ้ม (อ่านเรื่อง อย นน สส คืออะไร ทำไมเกย์ต้องถามก่อนนัดยิ้ม คลิก)

เพื่อความสะดวกและง่ายต่อการสนทนา และเพื่อหาคนที่มีจุดประสงค์เดียวกัน อย่างไรก็ตามจากการเรียนรู้และสำรวจ สอบถามจากผู้ใช้งาน ปรภ ได้จำแนกกลุ่มเกย์ที่ใช้แอปพลิเคชันได้ 4 รูปแบบ ดังนี้

4 ประเภทผู้ใช้งานแอปพลิเคชันเกย์

  1. เกย์หาเซ็กส์ สังเกตได้จากข้อคำถามที่เปิดการสนทนา จะถามด้วยคำถาม อย นน สส แถวไหน แบบไหน อย่างเดียว หาคนที่ใกล้เคียงเพื่อเดินทางหาง่ายสะดวกแก่การพบเจอ หรือบางครั้งอาจขอเรียกดูภาพส่วนตัว ภาพลับ หรือภาพโชว์หุ่นเพื่อพิจารณาในการนัดเจอ
  2. เกย์หาเพื่อนคุยแก้เหงา และอาจสามารถพัฒนาไปสู่การเป็นแฟนได้ บางครั้งคนเหล่านี้ก็มักจะถามด้วยคำถาม อย นน สส ด้วยเช่นกัน แต่การสนทนาจะเป็นไปในทิศทางชวนคุย ชวนเล่นเกม ระบาย พูดจาสรรพเพเหระ
  3. เกย์ไม่ขึ้นรูป เป็นบุคคลที่ใช้บัญชีของตนเองเอาไว้สอดส่องอย่างเดียว และจะทักหาเพียงแต่คนที่อยากคุย เปิดรูปและอาจจะเป็นกลุ่มเกย์ที่หาเซ็กส์เช่นกัน ในขณะที่บางคนอาจมีเอาไว้เพื่อคอยดูคนรอบข้างว่าใครบ้างที่เป็นเกย์
  4. เกย์ใช้รูปคนอื่น เอาไว้คุยเพื่อความบันเทิง คุยเพื่อหลอกลวง ซึ่งหลายคนต้องระมัดระวัง

แอปพลิเคชันแชทเหล่านี้มีจำนวนมาก แต่รูปแบบที่คล้ายคลึงกันคือการให้ใส่ภาพโปรไฟล์อย่างน้อย 1 ภาพเพื่อแนะนำตัว และมีฟังก์ชันภาพลับที่จะสามารถปลดล็อกได้เป็นรายบุคคลเท่านั้น ขณะที่บางแอปพลิเคชันสามารถสุ่มจับคู่ จัดรายการถ่ายทอดสด หรือมีบทความสาระน่ารู้เกี่ยวกับเกย์ให้อ่านอีกด้วย

Application gay for booking hotel
App booking

การติดต่อสื่อสารระหว่างกันที่ง่ายขึ้น ทำให้มีการนัดเจอกันง่ายขึ้น รวมไปถึงการสานต่อไปยังเรื่องของการมีเซ็กส์ได้ จนถึงขั้นมีการทำภาพล้อเลียนว่า แอปนัดยิ้มเหล่านี้เป็นแอปพลิเคชันสำหรับจองที่พัก เนื่องจากไม่ว่าคุณไปที่ไหน แอปพลิเคชันจะแสดงผู้ใช้งานบริเวณใกล้เคียง หากคุณใช้เพื่อการมีเซ็กส์ก็ขอไปนอนด้วย เรียกได้ว่าเป็นแอปหาคู่นอนในที่ใหม่ๆ นั่นเอง 

หากมองว่าแอปพลิเคชันเหล่านี้เป็นเพียงแอปนัดยิ้ม ก็จะเป็นแอปในด้านลบ แต่ในขณะเดียวกันวัตถุประสงค์ของแอปพลิเคชันเฉพาะกลุ่มมีเอาไว้เพื่อให้คนกลุ่มเดียวกัน สามารถพูดคุยกับคนใกล้เคียงได้ สามารถแชทโต้ตอบกันไม่ต่างจากไลน์หรือแอปพลิเคชันแชทอื่นๆ เช่นเดียวกัน

Gay couple
Gay couple

สรุปแล้ว เกย์ได้กันง่ายจริงเหรอ?

แอปพลิเคชันนัดยิ้มทำให้เกย์ได้กันง่ายขึ้นหรือไม่ ขึ้นกับพฤติกรรมส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน ไม่เกี่ยวกับการเป็นเกย์หรือเพศใด เพราะว่าหากใครต้องการจะนัดยิ้ม ก็สามารถทักทายได้แม้กระทั่งบนเฟซบุ๊ก ไม่จำเป็นต้องใช้แอปพลิเคชันเพื่อนัดยิ้มให้เสียเวลา บทความนี้ไม่ได้เหมารวมเกย์ทั้งหมด แต่เป็นเพียงความจริงบางส่วนที่เกย์ใช้แอปพลิเคชันแชทเพื่อนัดยิ้ม ทำให้ถูกเหมารวมว่าทุกคนที่มีแอปพลิเคชันมีจุดประสงค์เดียวกัน แต่ไม่อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าแต่ละคนมีการเติบโต การศึกษา การใช้ชีวิต นิสัยและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน การใช้แอปพลิเคชันเฉพาะกลุ่มอาจมีวัตถุประสงค์อื่นก็เป็นได้

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

บทความน่าอ่านต่อ


<script data-ad-client="ca-pub-2367529442413944" async src="https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>

บทความล่าสุดในหมวด LGBT

• • •

• • •


gay in the dark with text why do gay ask question

อย นน สส คืออะไร ทำไมเกย์ต้องถามก่อนนัดยิ้ม

หนึ่งในคำถามที่เกย์ส่วนใหญ่มักเจอคือ อย นน สส ซึ่งเป็นคำถามมักจะนำไปสู่การนัดยิ้ม แต่ถ้าบอกด้วยคำสวยหรูก็ถามเพราะอยากรู้จัก ถามเพราะชอบ เพราะถูกใจปรภจะมาทุกคนมาดูกันว่า อย นน สส คืออะไร และทำไมเกย์ต้องถามก่อนนัดยิ้ม

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
ผู้ชายถือสมาร์ตโฟน
man holding smartphone

อย นน สส คืออะไร

ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาของบทความนี้ ปรภจะมาอธิบายศัพท์เหล่านี้ที่มักพบบนแอปพลิเคชันหาคู่ของเกย์ หรือตามแอปพลิเคชันแชทต่างๆ การถาม อย นน สส แถวไหน แบบไหน คือการถาม อายุ (อย) น้ำหนัก (นน) ส่วนสูง (สส) อยู่แถวไหน และเป็นแบบไหน รุกหรือรับ ซึ่งมักจะเป็นคำถามแรกๆ ที่เปิดบทสนทนา ก่อนจะนำไปสู่การนัดยิ้มต่อไป

  • “อย” การถามอายุ เพื่อให้รู้ว่าควรปฏิบัติตนอย่างไร เพราะเรามักจะปฏิบัติตัวต่างกันระหว่างการเป็นผู้ที่อายุมากกว่าหรือน้อยกว่าซึ่งในบางครั้ง บางคนอาจต้องการคุยกับคนที่มีอายุเท่ากัน มากกว่า หรือน้อยกว่า การถามอายุจึงมักเป็นคำถามต้น ๆ ที่ถามกัน
  • “นน สส” น้ำหนักและส่วนสูง การทราบน้ำหนักและส่วนสูงจะทำให้เรากะความพอดีของรูปร่างหุ่นของแต่ละคนได้ เพราะบางคนอาจจะน้ำหนักมาก แต่ด้วยความสูงที่มาทดแทนก็ทำให้ดูสมส่วน ในขณะที่บางคนอาจดูน้ำหนักไม่มาก แต่ก็ไม่สูงทำให้ดูตัวตัน ซึ่งการรู้กะคร่าว ๆ ถึงน้ำหนักส่วนสูงก็ทำให้เราพอมองทะลุรูปภาพที่ยืดขา หรือบีบเอวได้เป็นอย่างดี
  • “แบบไหน” สำหรับบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ การถามว่าอีกฝ่ายอยู่ในตำแหน่งไหนก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ แม้ว่านั่นจะเป็นพฤติกรรมทางเพศที่ดูส่วนตัว การที่จะบอกว่าตนเป็นฝ่ายรุก หรือฝ่ายรับ หรือว่าทั้งรุกทั้งรับ ถือเป็นคำถามที่ค่อนข้างจะเปิดเผยความเป็นตัวตนอย่างชัดเจน แม้ว่าในปัจจุบันเพศสภาพ กับพฤติกรรมทางเพศอาจจะขัดแย้งกัน เช่น รุกสาว หรือรับแมน ซึ่งมักจะทำให้เราต้องเดาไปต่าง ๆ นานา การถามตรง ๆ อาจเป็นวิธีที่ดีที่สุด
  • “แถวไหน” แม้ว่าในปัจจุบันขนส่งมวลชนก็เข้าถึงเกือบครบทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะรถไฟฟ้า รถเมล์ หรือแม้กระทั่งรถแท็กซี่ แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่อยากคบหรืออยากคุยกับคนที่อยู่ใกล้กัน เพื่อง่ายต่อการสานต่อสัมพันธ์ ดังนั้นการถามว่าอีกฝ่ายอยู่แถวไหนจึงเป็นอีกสิ่งที่เบสิคสำหรับการสนทนา
ผู้ชายไม่สวมเสื้ออยู่กลางฝน
two man in the rain

ทำไมก่อนนัดยิ้มต้องถาม อย นน สส

การสนทนาให้รู้จักกันพอประมาณเป็นสิ่งที่ควรทำก่อนการนัดยิ้ม การรู้ อย นน สส ของคู่สนทนาเป็นการทำความรู้จักที่ง่ายที่สุด แม้จะเป็นข้อมูลเบื้องต้นแต่ก็การนัดยิ้มไม่จำเป็นต้องรู้ข้อมูลของอีกฝ่ายเยอะจริงไหม?

อย่างไรก็ตาม การนัดยิ้มในปัจจุบันต้องระมัดระวังโรคติดต่อ เพราะไม่ได้มีเพียงเอชไอวี แต่ยังมีโรคอื่น ๆ ที่ไม่ปรากฎให้เห็นด้วยตาเปล่า และเกย์ส่วนใหญ่พร้อมที่จะเสี่ยงกับมัน ทั้งนี้การรับประทานยาเพร็พหรือยาเป๊ปเพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีถือว่าเป็นขั้นตอนแรกในการป้องกัน  หากอยากรู้จักยาเพร็พและยาเป๊ปคลิกอ่านได้ที่นี่

เรื่องตลกของการนัดยิ้ม

การเข้าถึงเทคโนโลยีที่ง่ายดาย ทำให้การสื่อสารเข้าถึงทุกคนอย่างรวดเร็ว การสนทนาหลายคนในเวลาเดียวกันจึงไม่ใช่เรื่องยาก แม้ว่าแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ จะมีการบันทึกประวัติสนทนา แต่ก็ยังมีหลายครั้งที่คนที่เคยคุยกันมักจะถาม อย นน สส ซ้ำอีกครั้ง ซึ่งนั่นอาจเป็นว่าเพราะนัดยิ้มบ่อยจนจำคู่สนทนาไม่ได้ ซึ่งหากเราจำได้ก็จะมองว่ามันคือเรื่องตลก

เรื่องตลกอีกอย่างคือ ไม่รู้ว่ามนุษย์เราจะขี้เกียจกันไปถึงไหน นอกเหนือจากคำถาม อย นน สส ก็มีบางคนที่เริ่มบทสนทนานัดยิ้มด้วยคำว่า  “ทัก” ซึ่งคำนี้ถือเป็นคำกริยา ตัวอย่างการใช้คำว่าทักมีดังนี้

  • กล่าวเป็นเชิงเตือน  เช่น “หัวหน้าทักเรื่องมาสาย”
  • การพูดอย่างตั้งข้อสังเกต เช่น “เพื่อนทักว่าผอมลง”
  • กล่าวเตือนให้ระวังตามความเชื่อ “หมอดูทักว่ามีเคราะห์” “จิ้งจกทัก”
  • ซึ่งคำว่า “ทัก” ไม่สมควรนำมาใช้เพื่อทักทาย อย่างน้อย ๆ พิมพ์หาด้วยคำว่า สวัสดีครับ จะดีกว่า 
ผู้ชายใช้สมาร์ตโฟนเวลากลางคืน
man with smartphone at night

การที่จะรู้จักใครสักคน ควรเริ่มจากการสนทนาและการสร้างความประทับใจแรกที่ดี บางครั้งการคุยกันไม่ควรนำเรื่องนัดยิ้มหรือเซ็กส์เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะไม่ใช่เกย์ทุกคนที่ต้องการคุยกับทุกคนเพื่อหวังมีเซ็กส์แม้ว่าจะเริ่มประโยคด้วยคำถาม อย นน สส ก็ตาม แต่คนเหล่านี้ยังต้องการสร้างมิตรภาพเพื่อนเกย์ด้วยกันให้เกิดขึ้นจริง ๆ

สำหรับคำถามเซ็ต อย นน สส แถวไหน แบบไหน มักเจอกันมากในแอปพลิเคชันเฉพาะกลุ่มเกย์ที่มักจะถามก่อนการนัดยิ้ม แม้ว่าหลายคนมองว่าเป็นแอปฯ หาคู่ แต่จุดประสงค์ดั้งเดิมของมันคือการให้เกย์ได้พบปะคนที่มีรสนิยมทางเพศคล้ายคลึงกัน การเป็นเกย์เหมือนกันไม่ได้หมายความว่าเราจะนัดยิ้มหรือไปมีเซ็กส์กันเสมอไป เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ที่ต้องการเพื่อนประเภทเดียวกัน หรือมีความชอบเหมือนๆ กัน

สรุป

การทักทายกันด้วยคำถาม อย นน สส แบบไหน แถวไหน อาจไม่ได้หมายถึงการนัดยิ้มเสมอไป แต่เป็นการทักทายที่ฝ่ายตรงข้ามอยากรู้จักคุณในเบื้อต้น อย่างไรก็ตาม หันมาใช้คำว่า “สวัสดี” เพื่อเป็นการให้เกียรติคู่สนทนา และยังเป็นการใช้วาจาที่สุภาพในการพูดคุย และสังคมที่น่าอยู่

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

บทความน่าอ่านต่อ


<script data-ad-client="ca-pub-2367529442413944" async src="https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>

บทความล่าสุดในหมวด LGBT

• • •

• • •