Rose

ในวันที่เจ็บปวดจากความรัก

วันวาเลนไทน์สำหรับผู้ที่สมหวังในความรัก หลายคนจดจำภาพของการมอบดอกกุหลาบให้กัน ในมุมกลับกันสำหรับผู้ที่ผิดหวัง หรืออกหักจากความรัก มักเป็นวันที่อ่อนแอและเจ็บปวดกับบาดแผล ดอกกุหลาบที่ควรจะมอบให้กัน กลายเป็นหนามที่คอยทิ่มแทง ทำให้ผู้ที่ไม่สมหวังในความรักอยากจะข้ามวันนี้ไปเลยทีเดียว

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
Red Rose
Red Rose

เมื่อพูดถึงสัญลักษณ์ที่หลายคนยกให้คู่กับวาเลนไทน์คงหนีไม่พ้น ‘ดอกกุหลาบ’ ที่แม้จะสวยงามแต่หากไม่ระวัง หนามของมันก็พร้อมจะทิ่มแทง เหมือนความจริงของความรักที่ไม่ได้เป็นดอกกุหลาบที่สวยงาม แต่หากไม่ระวังมันจะสร้างความเจ็บปวดให้เช่นกัน

“ดีเจพี่อ้อย” นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล ดีเจชื่อดังและที่ปรึกษาด้านความรักแห่ง Club Friday ได้ให้คำแนะนำในการเยียวยาความเจ็บปวด จากความรักที่ไม่สมหวัง เอาไว้ดังนี้

สิ่งที่ควรทำเมื่อหักคืออะไร? 

…สิ่งที่ต้องยอมรับอันดับแรกคือ ‘ความจริง’ แต่ไม่ใช่ความจริงที่ว่าเราอกหัก หรือเลิกกับแฟน แต่เป็นความจริงคือ เราอ่อนแอ เราเสียใจ เราไม่เข้มแข็ง พี่ไม่อยากให้ใครเข้มแข็งจนผิดเวลา เพราะการที่เราพยายามเข้มแข็งในวันที่กำลังอ่อนแอ มันจะทำให้แผลเราใหญ่กว่าเดิม…

ต้องยอมรับความจริงว่าเสียใจและไม่ต้องคิดอะไรมาก ให้น้ำตาเป็นตัวช่วยเยียวยาและล้างพิษแผลใจ อย่าคิดว่าไม่อยากเสียใจ เพราะหากถึงเวลาที่จะต้องเสียใจก็ต้องเสียใจ เมื่อความรักไม่สมหวัง มันคือเรื่องเสียใจ หากเราฝืนและพยายามที่จะเข้มแข็งในวันที่อ่อนแอ เราจะรู้สึกแย่กับตัวเอง

เรามักชอบพูดกันว่า ‘ผู้ชายไม่ร้องไห้กันหรอก’ ซึ่งมันไม่จริง เพราะตอนเด็กผู้ชายคลอดจากท้องแม่ก็ร้องอุแว้ เหมือนโลกกำลังจะสอนเราว่า  ‘ถ้าตอนวินาทีแรกบนโลกเรายังร้องไห้ และตอนใช้เวลาในการเติบโต ทำไมจะร้องไห้ไม่ได้’ พี่เชื่อนะว่า ไม่มีใครร้องไห้ตายคาที่ แต่แค่ร้องไห้ตามอาการที่เป็น

a man cry
a man cry

ร้องไห้แล้ว…กลับมาปกติได้เมื่อไหร่?   

คนที่อกหักเสียใจได้ ร้องไห้ได้แบบไม่ต้องหาเหตุผลมาให้หยุดร้อง เพราะการยอมรับความอ่อนแอของตัวเองเท่ากับว่าเราได้เข้มแข็งไปแล้วกว่าครึ่ง การใช้วิธีการทางธรรมชาติเยียวยาจิตใจ ให้เวลากับหัวใจ ยอมรับความเสียใจ ซึ่งพี่มักจะบอกกับหลาย ๆ คนเสมอว่า ‘ให้อยู่รอดไปวัน ๆ เดี๋ยวก็รอดทุกวัน ให้วันนี้โอเคก่อน วันรุ่งขึ้นค่อยเริ่มต้นใหม่ ไม่แน่ตอนเย็นของอีกวันเราอาจจะไม่รู้สึกเจ็บอีกแล้วก็ได้’

การรับมือตามอาการก็ไม่ได้แย่นะ
แค่ให้เวลากับใจเราค่อย ๆ ยอมรับกับความเสียใจ

…เสียใจและร้องไห้จนกระทั่งเราตั้งคำถามในใจว่า ‘ขณะที่เราร้องไห้อีกฝ่ายกำลังทำอะไร’ หากเราร้องไห้ในวันที่เขาหัวเราะ มันเริ่มจะไม่ยุติธรรมต่อตัวเอง และเราจะกลับมาใช้ชีวิตไปตามปกติ…

Man leaning on counter
a man

ตัวช่วยให้เรากลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง

ในเวลาที่อกหัก หลายคนมักจะไม่แคร์โลก ไม่แคร์ใคร รวมถึงไม่แคร์เจ้าของเลือดเนื้อเชื้อไขของเราด้วย สำหรับพ่อแม่ที่ได้ยินลูกน้อยร้องไห้เพียงนิดเดียวก็จะรีบเข้ามาปลอบ แต่พอเราโตขึ้นกลับยอมคนอื่นให้มาทำเราเสียใจในเรื่องเดิมซ้ำ ๆ เท่ากับว่าเรายอมให้คนอื่นมาทำแก้วตาดวงใจของพ่อแม่พังสลาย

อย่ายอมให้ใครมาทำอะไรแย่ๆ
เพราะหัวใจพ่อแม่เจ็บที่สุด

…ในขณะที่เรายอมให้คนอื่นทำเราเสียใจในเรื่องเดิมซ้ำ ๆ เรากลับไม่ยอมให้พ่อแม่รู้ เพราะกลัวว่าทั้งคู่จะเกลียดคนที่เรารัก รายอมเจ็บและทน ซึ่งหากเรารู้สึกว่าสู้อยู่คนเดียว เราจะยอมอดทน แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เรารู้ว่ากำลังแบกความเจ็บปวดของพ่อแม่ด้วย เราจะมีสติให้กลับมาเข้มแข็งได้มากขึ้น…

Gay couple
Gay couple

สำหรับคนที่มีแฟนหลังจากโสดมานาน ดีเจพี่อ้อย ได้ชี้ ‘จุดผิดพลาดจุดใหญ่’ ที่หลายคนมักกระทำคือ การนำความสุขของตัวเองไปฝากเอาไว้ที่คนรัก และมองว่านั่นคือศูนย์รวมความสุขทุกอย่าง ซึ่งการกระทำเช่นนั้นจะทำให้อีกฝ่ายเหนื่อยกับการแบกความคาดหวัง  ดังนั้นหากเรามีคนรักแล้วยังอยู่แบบเป็นโสดได้ เราจะดูแลความสัมพันธ์ระหว่างคู่ของเราได้ดี สามารถเติมเต็มความสุขให้กันและกันโดยไม่ได้ต้องให้ฝ่ายใดเติมเต็มก่อน

…ไม่ว่าวันนี้เราจะมีคนให้รักหรือไม่
เราต้องรักตัวเองให้ได้ ต้องหวังดีในตัวเอง

เมตตาตัวเอง แต่ไม่เห็นแก่ตัว…

…การรักตัวเองกับการเห็นแก่ตัวต่างกันเพียงนิดเดียวคือ เรากำลังทำความเดือดร้อนให้คนอื่นอยู่หรือเปล่า?

หากความรักตัวเองของเราเริ่มทำให้คนอื่นเดือดร้อน จะกลายเป็นการเห็นแก่ตัวทันที แต่หากความรักตัวเองยังอยู่ภายใต้การไม่ทำความเดือดร้อนให้ใคร การอยากดูแลตัวเองให้ดี การอยากเป็นความสุขในมุมของตัวเอง นั่นแหละคือ ‘วันแห่งความรัก’

Pink Rose
Rose

สรุป

หากเรากำดอกกุหลาบเอาไว้ด้วยกำมือ สิ่งที่เราได้กลับมาคือบาดแผลที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด หากเราเรียนรู้ที่จะระวัง ดอกกุหลาบมีที่หนามก็ไม่อาจทิ่มแทงเราได้ เมื่อไหร่ที่เรามีความรักตัวเองมากพอ เราจะทำทุกอย่างแล้วมีความสุข และพร้อมที่จะแบ่งปันความรักให้กับคนอื่น เมื่อไหร่ที่จิตใจเราแข็งแรง เราก็จะดูแลคนใกล้ชิดและครอบครัวเราได้ รวมไปถึงการดูแลคนอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัวด้วยเช่นกัน

‘ชีวิตเราต้องแกร่งพอก่อนที่จะดูแลคนอื่น’ ดีเจพี่อ้อยสะท้อนการดูแลสุขภาพจิตใจของตัวเองให้พร้อมที่จะแบ่งปันแก่ผู้อื่น

ขอให้ทั้งคนโสด คนมีคู่ รวมถึงคนที่เพิ่งอกหัก เข้มแข็งกับทุกสิ่งที่เผชิญ อ่อนแอบ้างในบางครั้ง และรักตัวเองให้มาก ๆ เพราะความรักไม่ได้สวยงามเสมอไป

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ให้สัมภาษณ์โดยดีเจอ้อย นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล ดีเจชื่อดังและที่ปรึกษาด้านความรักแห่ง Club Friday

บทความน่าอ่านต่อ


บทความล่าสุดในหมวด Lifestyle

• • •

หลักจิตวิทยา สร้างคำตอบรับจากผู้ฟัง

• • •


Kiss-with-Brace

เทคนิคการจูบพร้อมเหล็กจัดฟัน

การจูบถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ช่วยสร้างความโรแมนติคให้กับคู่ของคุณได้เป็นอย่างดี แต่การจูบจะยากขึ้นเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกำลังอยู่ในช่วงที่จัดฟัน ทำให้มีเหล็กคอยเป็นเครื่องกวนใจ แต่หากฝึกซ้อมและเรียนรู้เทคนิคการจูบ คุณก็สามารถลืมเจ้าเหล็กกวนใจไปได้เลย

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
Tongue

ในฐานะคนจัดฟัน และได้ฟังคำถามนี้มาบ่อยครั้ง จึงอยากขอแก้ไขความใจผิดๆ ให้กับคนทั่วไปว่า การจูบกับคนจัดฟัน ไม่ได้แตกต่างกับคนไม่จัดฟัน แต่อาจมีบางกรณีที่อาจสร้างความเจ็บปวดได้ เพราะเวลาเราเผยอปากเพื่อจูบ ไม่ว่าจะแลกหรือไม่แลกลิ้น ฟันก็จะติดกับริมฝีปาก และเราไมได้เอาลิ้นไปดุนเหล็กจัดฟันแต่อย่างใด เว้นเสียแต่ว่าเราจะพิเรนทร์เอาลิ้นไปแตะฟัน (ใครเค้าทำกัน?)

สำหรับบางคนที่กำลังจะแย้งเรื่องของกลิ่น นั่นอาจเป็นเพราะความสะอาดส่วนบุคคล เพราะว่าผู้ที่จัดฟันจะต้องดูแลรักษาความสะอาดของช่องปากเป็นอย่างดีเพื่อไม่ให้มีกลิ่น ซึ่งหากละเลยการแปรงฟัน หรือบ้วนปากล่ะก็ ฟันของคนที่จัดฟันจะมีเศษซากอาหารติดอยู่เต็มไปหมดเหมือนป่าดงดิบทีเดียว เพื่อให้ชาวฟันสวยทั้งหลายจูบได้อย่างปลอดภัย และไม่เจ็บ

A man wearing a white hat stuck out his tongue
man stuck out his tongue

หลังจากที่จัดฟันมาแล้วควรรออย่างน้อยสองสัปดาห์ก่อนที่จะเริ่มจูบแบบดูดดื่ม เพราะในช่วงแรกของการจัดฟันจะทำให้ฟันของคุณยังไม่เข้าที่ การขยับปากอาจจะสร้างความเจ็บปวด จะต้องให้เวลาในการทำความคุ้นเคยกับสิ่งแปลกปลอมในช่องปาก รวมถึงการเรียนรู้วิธีการเคี้ยวโดยไม่เจ็บ นอกจากนี้แผลที่เกิดในช่องปากก็ยังไม่หายดีอีกด้วย

เทคนิคการจูบพร้อมเหล็กจัดฟัน

  • ให้ความสนใจกับการจูบ แค่ระวังเกี่ยวเหล็กจัดฟัน แต่อย่าเกร็งจนทำให้อีกฝ่ายเขินอาย
  • รักษาลมหายใจให้สดชื่น อย่ากดริมฝีปากกับผู้จัดฟันมากเกินไป เพราะจะทำให้ริมฝีปากของคุณบดขยี้เหล็กจัดฟันที่อยู่หลังริมฝีปากของคู่จูบ
  • อย่ากังวลหากลิ้นของคุณสอดผ่านฟันของคู่จูบไปได้ เพราะตัวเหล็กจัดฟันติดอยู่ด้านหน้าของฟัน หรือบางคนอาจมีเหล็กอยู่ด้านหลังของฟัน แต่ก็เป็นเรื่องธรรมชาติที่คนทั่วไปไม่ได้เอาลิ้นไปวนรอบฟันของคู่จูบ
  • ผ่อนคลายและสนุกไปกับมัน เพราะการจูบเป็นเรื่องของความโรแมนติก หากมัวกังวลกับเหล็กจัดฟัน การจูบจะไม่มีอรรถรสเท่าที่ควร
  • การจูบเป็นเรื่องของความสุข และยินดีไปกับความจริงที่ว่า ใครบางคนที่รักคุณอย่างจริงใจ ดังนั้น อย่าปล่อยให้เหล็กจัดฟันมาเป็นอุปสรรคขัดขวางประสบการณ์สุดโรแมนติกของคุณ
  • ไม่ควรเคี้ยวหมากฝรั่ง หรืออะไรเหนียว ๆ ระหว่างจูบ เพราะการที่เหล็กจัดฟันถูกพันไปด้วยอะไรเหนียวนั้น เป็นความบัติอย่างแท้จริง
  • ควรแปรงฟันเพื่อรักษาความสะอาดและรักษากลิ่นปากสม่ำเสมอ หากเป็นไปได้ควรแปรงฟันหรือบ้วนปากก่อนจูบ
  • อย่าปล่อยให้เหล็กจัดฟันทำคุณเขินอาย จงยิ้มอย่างมั่นใจ เพราะคนที่คุณแอบชอบอาจใส่เหล็กจัดฟันด้วยเช่นกัน
  • อย่ากลัวเหล็กจัดฟันที่อยู่ในปาก เพราะมันไม่ได้เปลี่ยนวิธีการจูบ ขอให้คุณจูบและอย่าไปนึกถึงมัน

สรุป

รู้อย่างนี้แล้วลองนำเทคนิคการจูบพร้อมเหล็กจัดฟันไปปรับใช้ให้เข้ากับแต่ละบุคคล และอย่าลืมว่าเหล็กจัดฟันไม่ใช่อุปสรรคในการจูบ

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลบางส่วนจาก Howtokissvideos Howcast


บทความล่าสุดในหมวด Health

• • •

Elsa from frozen

• • •

what-is-poppers