Photo by Austin Distel on Unsplash

การใช้อินเทอร์เน็ต สู่ชีวิตดิจิทัลของชายรักชาย

การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในปัจจุบันในระดับปัจเจกบุคคลก่อให้เกิด “ชีวิตดิจิทัล (Digital Life)” ชีวิตสมัยใหม่ที่เชื่อมกันด้วยการสื่อสารผ่านระบบดิจิทัล ทำให้วิถีสังคม วิถีการทำงาน วิถีครอบครัว และวิถีทางวัฒนธรรมเกิดการเปลี่ยนแปลง และช่วยให้กระบวนการในการติดต่อสื่อสารระหว่างมนุษย์ทำได้หลายรูปแบบ

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีได้มาถึงจุดที่ทำให้รูปแบบการดำเนินชีวิต การประกอบธุรกิจ และเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรง เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น อินเทอร์เน็ตไร้สาย มีศักยภาพในการเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิต

นอกจากนี้อินเทอร์เน็ตยังสร้างประโยชน์ให้กับชายรักชายอย่างมาก เนื่องจากการแสดงตัวตน “ชายรักชาย (เกย์)” ในพื้นที่แห่งความเป็นจริงส่วนใหญ่จะแสดงออกมาในพื้นที่ส่วนตัวหรือพื้นที่เฉพาะกลุ่ม โดยชายรักชายจะเปิดเผยตัวตนในทุกพื้นที่ที่ตนเองมีความรู้สึกว่าปลอดภัยหรือไว้วางใจจากบุคคลรอบข้างในพื้นที่เหล่านั้น

อย่างไรก็ตามชายรักชายบางกลุ่ม ไม่สามารถเปิดเผยอัตลักษณ์ทางเพศของตนเองได้ จึงใช้พื้นที่ในอินเทอร์เน็ตในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพราะเป็นพื้นที่ทุกคนสามารถปรับแต่งตัวตนและเลือกแสดงออกมาตามต้องการได้ จึงเกิดการเข้ามาหาเพื่อน หาคนรัก หาเซ็กส์ หรือซื้อ-ขายบริการทางเพศในอินเทอร์เน็ต ซึ่งทำได้ยากในพื้นที่แห่งความเป็นจริง เพราะบางคนต้องรักษาสถานะทางสังคมเอาไว้

การใช้อินเทอร์เน็ตเป็นประจำของชายรักชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้เฟซบุ๊ก กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่สามารถสะท้อนอัตลักษณ์ทางเพศของชายรักชายได้เป็นอย่างดี

ในอดีตผู้คนจะเปิดเผยอัตลักษณ์ทางเพศทางตรงด้วยวาจา และทางอ้อมด้วยพฤติกรรม แต่ในปัจจุบันชายรักชายสามารถเปิดเผยตนเองทางตรงด้วยการโพสต์ข้อความประกาศแก่สาธารณะได้ว่า “ฉันเป็นเกย์” หรือตั้งค่าในส่วนของข้อมูลพื้นฐานว่า “ฉันสนใจในผู้ชาย” ซึ่งจะทำให้ผู้ที่เข้ามาดูทราบถึงรสนิยมทางเพศ นับเป็นการเปิดเผยตนเองในทางอ้อม

นอกจากนี้ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อปี พ.ศ. 2558 สพธอ. ทำการสำรวจพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตจำแนกตามเพศพบว่า เพศที่สาม เป็นเพศที่มีจำนวนชั่วโมงการใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงสุด เมื่อเทียบกับเพศชายและเพศหญิง อีกทั้งสื่อสังคมออนไลน์อันดับแรกที่เพศที่สามนิยมใช้ได้แก่ เฟซบุ๊ก เมื่อสรุปภาพรวมแล้ว เพศที่สามเป็นผู้ที่ใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่าเพศชายและหญิง โดยเฉพาะการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก

จากที่มาและความสำคัญดังกล่าว ทำให้ผู้วิจัยสนใจที่จะศึกษาในเรื่องของ “รูปแบบการดำเนินชีวิต และการเปิดเผยตนเองในเฟซบุ๊กของกลุ่มชายรักชาย” เนื่องจากรูปแบบการดำเนินชีวิตในยุคที่อินเทอร์เน็ตเข้าถึงผู้คนได้มากถึง 50% ของประชากรทั่วโลก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ มากมาย และเฟซบุ๊กเป็นสื่อที่ชายรักชายนิยมใช้เป็นอันดับหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้น เฟซบุ๊กยังเป็นสื่อสังคมออนไลน์ที่กลุ่มชายรักชายสามารถเปิดเผยอัตลักษณ์ทางเพศของตนเองทั้งในทางตรงและทางอ้อมได้อีกด้วย

อ่านบทความวิชาการเรื่อง รูปแบบการดำเนินชีวิต และการเปิดเผยตนเองในเฟซบุ๊กของกลุ่มชายรักชาย ได้ที่นี่ คลิก

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ


<script data-ad-client="ca-pub-2367529442413944" async src="https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>

บทความล่าสุดในหมวด LGBT

• • •

• • •


Photo by Austin Distel on Unsplash

ไลฟ์สไตล์และการเปิดเผยตนเองในเฟซบุ๊กของเกย์ไทย

บทความนี้เป็นบทความวิชาการเรื่อง รูปแบบการดำเนินชีวิต และการเปิดเผยตนเองในเฟซบุ๊กของกลุ่มชายรักชาย โดย ปรภัต จูตระกูล และ ผศ.ดร.บุหงา ชัยสุวรรณ คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาลักษณะของรูปแบบการดำเนินชีวิตและการเปิดเผยตนเองในเฟซบุ๊กของกลุ่มชายรักชาย และเพื่อศึกษาความแตกต่างของการเปิดเผยตนเองในเฟซบุ๊ก ของกลุ่มชายรักชายที่มีรูปแบบการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกัน เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ใช้วิธีการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) โดยเก็บข้อมูลผ่านทางแบบสอบถามออนไลน์ จากกลุ่มชายรักชายอายุระหว่าง 20-35 ปี จำนวน 400 คน ที่มีการใช้งานเฟซบุ๊ก วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วยการวิเคราะห์เชิงพรรณนา (Descriptive Analysis) การวิเคราะห์ปัจจัยและจัดกลุ่ม (Factor Analysis) การวิเคราะห์ความแปรปรวน (One-Way ANOVA Analysis) เพื่อวิเคราะห์หาความแตกต่างระหว่างกลุ่ม โดยประมวลผลจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป SPSS

ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มชายรักชายมีรูปแบบการดำเนินชีวิตหกกลุ่ม คือ กลุ่มตามบรรทัดฐานสังคม กลุ่มไฮเทคออนไลน์ กลุ่มชาตินิยม กลุ่มวันไนท์สแตนด์ กลุ่มโลกสวย และกลุ่มรักสงบ ทั้งนี้กลุ่มชายรักชายมีการเปิดเผยตนเองในเฟซบุ๊กในระดับมาก และแต่ละกลุ่มมีการเปิดเผยตนเองในเฟซบุ๊กที่ไม่แตกต่างกัน

คำสำคัญ: รูปแบบการดำเนินชีวิต, การเปิดเผยตนเอง, ชายรักชาย

Abstract

The aims of this research were to study Lifestyle and Self-Disclosure on Facebook, and to study the differences of Gay Lifestyles and Self-Disclosure on Facebook. The Quantitative research was conducted by using an online questionnaire, the sampling were 400 Male Homosexuals aged between 20-35, who had used Facebook. Descriptive analysis, Factor analysis and One-Way ANOVA analysis were used to analyze data through SPSS program.

The result showed that the Lifestyles of Male Homosexuals could be categorized into 6 groups namely Normalcy Gay Lifestyle, High-tech online Gay Lifestyle, Nationalism Gay Lifestyle, One-Night Stand Gay Lifestyle, Optimistic Gay Lifestyle and Peaceful Gay Lifestyle. In terms of Self-Disclosure on Facebook, the study found that the disclosure rate was high among Male Homosexuals and did not make any differences to Self-Disclosure on Facebook.

Keywords: Lifestyle, Self-Disclosure, Male Homosexual

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในปัจจุบันในระดับปัจเจกบุคคลก่อให้เกิด “ชีวิตดิจิทัล (Digital Life)” ชีวิตสมัยใหม่ที่เชื่อมกันด้วยการสื่อสารผ่านระบบดิจิทัล ทำให้วิถีสังคม วิถีการทำงาน วิถีครอบครัว และวิถีทางวัฒนธรรมเกิดการเปลี่ยนแปลง และช่วยให้กระบวนการในการติดต่อสื่อสารระหว่างมนุษย์ทำได้หลายรูปแบบ (กมลรัฐ อินทรทัศน์, 2551) ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีได้มาถึงจุดที่ทำให้รูปแบบการดำเนินชีวิต การประกอบธุรกิจ และเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรง เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น อินเทอร์เน็ตไร้สาย มีศักยภาพในการเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิต (เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ์, 2559)

นอกจากนี้อินเทอร์เน็ตยังสร้างประโยชน์ให้กับชายรักชายอย่างมาก เนื่องจากการแสดงตัวตน “ชายรักชาย (เกย์)” ในพื้นที่แห่งความเป็นจริงส่วนใหญ่จะแสดงออกมาในพื้นที่ส่วนตัวหรือพื้นที่เฉพาะกลุ่ม โดยชายรักชายจะเปิดเผยตัวตนในทุกพื้นที่ที่ตนเองมีความรู้สึกว่าปลอดภัยหรือไว้วางใจจากบุคคลรอบข้างในพื้นที่เหล่านั้น (เนติ สุนทราวราวิทย์, 2553) อย่างไรก็ตามชายรักชายบางกลุ่ม ไม่สามารถเปิดเผยอัตลักษณ์ทางเพศของตนเองได้ จึงใช้พื้นที่ในอินเทอร์เน็ตในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพราะเป็นพื้นที่ทุกคนสามารถปรับแต่งตัวตนและเลือกแสดงออกมาตามต้องการได้ จึงเกิดการเข้ามาหาเพื่อน หาคนรัก หาเซ็กส์ หรือซื้อ-ขายบริการทางเพศในอินเทอร์เน็ต ซึ่งทำได้ยากในพื้นที่แห่งความเป็นจริง เพราะบางคนต้องรักษาสถานะทางสังคมเอาไว้ (ชินวร ฟ้าดิษฐี, 2552)

hand of person using smartphone

การใช้อินเทอร์เน็ตเป็นประจำของชายรักชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้เฟซบุ๊ก กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่สามารถสะท้อนอัตลักษณ์ทางเพศของชายรักชายได้เป็นอย่างดี (Goffman, 1959) ในอดีตผู้คนจะเปิดเผยอัตลักษณ์ทางเพศทางตรงด้วยวาจา และทางอ้อมด้วยพฤติกรรม แต่ในปัจจุบันชายรักชายสามารถเปิดเผยตนเองทางตรงด้วยการโพสต์ข้อความประกาศแก่สาธารณะได้ว่า “ฉันเป็นเกย์” หรือตั้งค่าในส่วนของข้อมูลพื้นฐานว่า “ฉันสนใจในผู้ชาย” ซึ่งจะทำให้ผู้ที่เข้ามาดูทราบถึงรสนิยมทางเพศ นับเป็นการเปิดเผยตนเองในทางอ้อม (Owens, 2016)

จากงานวิจัยของ กิ่งรัก อิงคะวัต (2542) เรื่อง “รูปแบบการดำเนินชีวิต พฤติกรรมการบริโภค และพฤติกรรมการเปิดรับสื่อของกลุ่มชายรักชาย (เกย์) ในเขตกรุงเทพมหานคร” ได้จัดกลุ่มรูปแบบการดำเนินชีวิตของกลุ่มชายรักชายออกเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่

  1. Home Gay Lifestyle          
  2. Night Going Gay Lifestyle
  3. Obviously Gay Lifestyle
  4. Trendy Gay Lifestyle           
  5. Conservative Gay Lifestyle
  6. Healthy Gay Lifestyle
Gay couple

ต่อมา เรข์ณพัศ ภาสกรณ์ (2554) ได้ทำการศึกษาในเรื่องเดียวกันคือ “รูปแบบการดำเนินชีวิต พฤติกรรมการบริโภค และการเปิดรับสื่อของชายรักชายในเขตกรุงเทพมหานคร” ในครั้งนี้ได้จัดกลุ่มรูปแบบการดำเนินชีวิตของชายรักชายออกเป็น 7 กลุ่มได้แก่

  1. Traveling Gay Lifestyle      
  2. Elegant Gay Lifestyle
  3. Adventurous Gay Lifestyle
  4. Hi-Technology Gay Lifestyle    
  5. Online Gay Lifestyle
  6. Thailism Gay Lifestyle
  7. Sweet Home Gay Lifestyle

จากงานวิจัยทั้งสองจะเห็นได้ว่า รูปแบบการดำเนินชีวิตของชายรักชายมีบางกลุ่มที่เปลี่ยนแปลงไป เห็นได้ชัดจากกลุ่ม Online Gay Lifestyle (เรข์ณพัศ ภาสกรณ์, 2554) ที่มีรูปแบบการดำเนินชีวิตเน้นทำกิจกรรมด้านการเล่นอินเทอร์เน็ต สื่อสารผ่านสังคมออนไลน์ และพูดคุยกับเพื่อนฝูง นิยมดาวน์โหลดเพลงและวิดีโอจากอินเทอร์เน็ต ยามว่างชอบอ่านนิยาย เรื่องสั้น หรือบทความจากเว็บไซต์ ต่างจากงานวิจัยของ กิ่งรัก อิงคะวัต (2542) ที่อินเทอร์เน็ตยังไม่มีบทบาทมากจนสามารถจัดเป็นกลุ่มรูปแบบการดำเนินชีวิตได้ ชี้ให้เห็นว่าในงานวิจัยของ เรข์ณพัศ ภาสกรณ์ อินเทอร์เน็ตเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญจนสามารถจัดเป็นกลุ่มรูปแบบการดำเนินชีวิตที่ชัดเจนได้

man using smartphone and holding jeans

นอกจากนี้ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อปี พ.ศ. 2558 สพธอ. ทำการสำรวจพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตจำแนกตามเพศพบว่า เพศที่สาม เป็นเพศที่มีจำนวนชั่วโมงการใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงสุด เมื่อเทียบกับเพศชายและเพศหญิง อีกทั้งสื่อสังคมออนไลน์อันดับแรกที่เพศที่สามนิยมใช้ได้แก่  เฟซบุ๊ก (สพธอ., 2558) เมื่อสรุปภาพรวมแล้ว เพศที่สามเป็นผู้ที่ใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่าเพศชายและหญิง โดยเฉพาะการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก

จากที่มาและความสำคัญดังกล่าว ทำให้ผู้วิจัยสนใจที่จะศึกษาในเรื่องของ “รูปแบบการดำเนินชีวิต และการเปิดเผยตนเองในเฟซบุ๊กของกลุ่มชายรักชาย” เนื่องจากรูปแบบการดำเนินชีวิตในยุคที่อินเทอร์เน็ตเข้าถึงผู้คนได้มากถึง 50% ของประชากรทั่วโลก (We are social, 2560) ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ มากมาย และเฟซบุ๊กเป็นสื่อที่ชายรักชายนิยมใช้เป็นอันดับหนึ่ง (สพธอ., 2558) ยิ่งไปกว่านั้น เฟซบุ๊กยังเป็นสื่อสังคมออนไลน์ที่กลุ่มชายรักชายสามารถเปิดเผยอัตลักษณ์ทางเพศของตนเองทั้งในทางตรงและทางอ้อมได้อีกด้วย Owens (2016)

Drag Queen

วัตถุประสงค์ในการวิจัย

  1. เพื่อหาลักษณะของรูปแบบการดำเนินชีวิตของชายรักชาย
  2. เพื่อหาลักษณะการเปิดเผยตนเองในเฟซบุ๊กของกลุ่มชายรักชาย
  3. เพื่อศึกษาความแตกต่างของการเปิดเผยตนเองในเฟซบุ๊ก ของกลุ่มชายรักชายที่มีรูปแบบการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกัน

กรอบแนวคิดในการวิจัย

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ เพศชายที่มีรสนิยมทางเพศชอบเพศเดียวกัน หรือกลุ่มชายรักชาย (เกย์) ที่มีการใช้งานเฟซบุ๊ก โดยอายุของกลุ่มที่มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากที่สุดในปี พ.ศ. 2559 ได้แก่ ผู้ที่มีอายุระหว่าง 16- 35 ปี (สพธอ., 2559) ผู้วิจัยจึงได้กำหนดให้กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 20-35 ปี เนื่องจากตามกฎหมายของไทย กำหนดให้ผู้ที่พ้นจากภาวะผู้เยาว์และบรรลุนิติภาวะเมื่อมีอายุ 20 ปี บริบูรณ์ เพื่อที่จะได้ข้อมูลการเปิดเผยตนเองในเฟซบุ๊กของชายรักชายที่บรรลุนิติภาวะ

ผู้วิจัยได้คำนวณกลุ่มตัวอย่างจากสูตรไม่ทราบขนาดตัวอย่างของคอแครน (Cochran, 1997 อ้างถึงใน ธีรวุฒิ เอกะกุล, 2543) เนื่องจากกลุ่มประชากรไม่มีตัวเลขระบุที่แน่นอน โดยผู้วิจัยได้กำหนดความเชื่อมั่นเอาไว้ที่ร้อยละ 95 และระดับความคลาดเคลื่อนให้เป็นร้อยละ 5

จากผลการคำนวณขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรของ Cochran ได้จำนวน 384 คน ผู้วิจัยจึงกำหนดให้ใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน เพื่อให้ง่ายต่อการคำนวณ

วิธีการวิจัย

การวิจัยครั้งนี้เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ใช้วิธีการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) โดยเก็บข้อมูลผ่านทางแบบสอบถามออนไลน์ จากกลุ่มชายรักชายอายุระหว่าง 20-35 ปี จำนวน 400 คน ที่มีการใช้งานเฟซบุ๊ก

facebook

วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วยการวิเคราะห์เชิงพรรณนา (Descriptive Analysis) การวิเคราะห์ปัจจัยและจัดกลุ่ม (Factor Analysis) ใช้การลดจำนวนตัวแปร (Data Reduction) เพื่อจัดกลุ่มตัวแปรที่มีความสัมพันธ์กันไว้ด้วยกัน โดยการสกัดปัจจัยใช้วิธีองค์ประกอบหลัก (Principal Component) ที่ค่า Eigen value มากกว่า 1 และหมุนแกนแบบ Varimax ในขั้นตอนแรกผู้วิจัยแยกคำถามของตัวแปรกิจกรรม ความสนใจ และความคิดเห็น ออกจากกันเพื่อทำการจัดกลุ่ม จากนั้นนำมาวิเคราะห์ต่อในขั้นที่สองโดยการวิเคราะห์องค์ประกอบของกลุ่มกิจกรรม กลุ่มความสนใจ และกลุ่มความคิดเห็น รวมกันเพื่อจัดกลุ่มรูปแบบการดำเนินชีวิตของชายรักชาย 

การวิเคราะห์ความแปรปรวน (One-Way ANOVA Analysis) เพื่อวิเคราะห์หาความแตกต่างระหว่างกลุ่มรูปแบบการดำเนินชีวิต กับการเปิดเผยตนเองในเฟซบุ๊กของกลุ่มชายรักชาย ผู้วิจัยได้คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างผู้ที่มีรูปแบบการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกัน โดยพิจารณาจากคะแนนเฉลี่ยของรูปแบบการดำเนินชีวิตที่ได้จากการวิเคราะห์ปัจจัยขั้นที่ 2 สูงสุด 30 คนแรก เป็นตัวแทนของผู้ที่มีรูปแบบการดำเนินชีวิตในแต่ละรูปแบบ ก่อนที่จะนำไปทดสอบวิเคราะห์ความแตกต่างโดยใช้ F-Test ต่อไป

girl sit on tv

ผลวิจัยและอภิปราย

การรายงานผลการวิจัยและอภิปรายผล ผู้วิจัยได้เรียงตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยดังต่อไปนี้

1. เพื่อหาลักษณะของรูปแบบการดำเนินชีวิต

จากผลการวิจัย รูปแบบการดำเนินชีวิตของกลุ่มชายรักชาย ที่ได้จากการวิเคราะห์ปัจจัย โดยนำเอากลุ่มกิจกรรม 7 กลุ่ม กลุ่มความสนใจ 7 กลุ่ม และกลุ่มความคิดเห็น 11 กลุ่ม ที่ได้จากการวิเคราะห์ในขั้นแรก มาทำการวิเคราะห์ปัจจัยรวมกันเป็นขั้นที่ 2 สามารถจัดแบ่งได้เป็น 6 กลุ่ม ดังต่อไปนี้

1) กลุ่มรูปแบบการดำเนินชีวิตตามบรรทัดฐานสังคม (Eigenvalue = 6.35, Variance = 25.39%) เป็นกลุ่มที่นิยมทำกิจกรรมนอกบ้าน เดินเล่นซื้อของตามห้างสรรพสินค้า ชมภาพยนตร์ที่โรงภาพยนตร์ ชมคอนเสิร์ตหรือละครเวที นิยมเที่ยวในต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ เที่ยวสถานบันเทิง เข้าร่วมกิจกรรมปาร์ตี้เกย์ สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ชอบท่องโลกอินเทอร์เน็ต เล่นสื่อสังคมออนไลน์ Live Streaming  ในเฟซบุ๊ก หรือแอปพลิเคชั่นอื่น ๆ ในขณะเดียวกันยังชอบทำกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ทำบุญ เข้าวัดฟังธรรม นั่งสมาธิ ทำกิจกรรมหรือเรียนเพื่อเสริมสร้างความรู้ เล่นกีฬา ออกกำลังกาย ตรวจสุขภาพประจำปี คนกลุ่มนี้ให้ความสนใจกับการดูแลรักษารูปร่างและผิวพรรณให้ดีอยู่เสมอ และยังเปลี่ยนทรงผม เสื้อผ้าตามสมัยนิยม ให้ความสนใจกับคนรอบข้างทั้งครอบครัวและแฟน ติดตามข่าวสารวงการบันเทิง ชื่นชอบสินค้าและเทคโนโลยีใหม่ ๆ

กิจกรรมโดยรวมของกลุ่มนี้สอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินชีวิตแบบรักการท่องเที่ยวของ เรข์ณพัศ ภาสกรณ์ (2554) ที่เน้นกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว และสอดคล้องกับกลุ่มรูปแบบการดำเนินชีวิตแบบชีวิตออนไลน์ ที่เน้นกิจกรรมด้านการเล่นอินเทอร์เน็ต สื่อสารผ่านสังคมออนไลน์ และยังสอดคล้องกับกลุ่ม Healthy Gay Lifestyle ของกิ่งรัก อิงคะวัด (2542) ที่ใช้ชีวิตอย่างคำนึงถึงสุขภาพ ผ่านกิจกรรมด้านกีฬา ออกกำลังกาย และยังมีกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวสูง ชอบเที่ยวต่างจังหวัดและต่างประเทศ

2) กลุ่มรูปแบบการดำเนินชีวิตไฮเทคออนไลน์ (Eigenvalue = 2.09, Variance = 8.39%) เป็นกลุ่มที่ให้ความสนใจกับเทคโนโลยีการสื่อสาร ขาดอุปกรณ์การสื่อสารไม่ได้ โลกเงียบเหงาเมื่อไม่มีอินเทอร์เน็ต นิยมซื้อสินค้าจากอินเทอร์เน็ต ซื้อสินค้าด้วยอารมณ์ และเมื่อพอใจสินค้ายี่ห้อใดจะซื้อยี่ห้อนั้นไปตลอด คนกลุ่มนี้ชอบเที่ยวในที่ของกลุ่มเกย์มากกว่าชายหญิง มองว่าการซุบซิบนินทาเป็นเรื่องสนุก ให้ความสนใจกับการเลือกแฟนที่รูปร่างและหน้าตาเป็นหลัก มองว่าคนมีฐานะดูน่าคบ ชีวิตควรดำเนินไปอย่างตื่นเต้นมีสีสัน และมองว่าครอบครัวที่สมบูรณ์ต้องมีพ่อ แม่ และลูก

ความสนใจโดยรวมของกลุ่มนี้สอดคล้องกับกลุ่มรูปแบบการดำเนินชีวิตแบบไฮเทคโนโลยีของ เรข์ณพัศ ภาสกรณ์ (2554) ที่ยึดมั่นในการเป็นผู้นำด้านการใช้อุปกรณ์ Hi-Technology และชอบซื้อสินค้าจากอินเทอร์เน็ต และสอดคล้องกับกลุ่ม Trendy Gay Lifestyle ของ กิ่งรัก อิงคะวัด (2542) ที่ให้ความสำคัญกับการติดต่อสื่อสาร

3) กลุ่มรูปแบบการดำเนินชีวิตชาตินิยม (Eigenvalue = 1.84, Variance = 7.36%)  เป็นกลุ่มที่มีความคิดเห็นว่า วัฒนธรรมไทยเป็นสิ่งที่ควรรักษาเอาไว้ ประเทศไทยรับวัฒนธรรมต่างชาติมามากเกินไป ศรัทธาในการเมืองไทย และจะใช้สิทธิหน้าที่ประชาชนของตนเองอย่างเต็มที่ คนกลุ่มนี้ภูมิใจในความเป็นเกย์ของตนเอง เป็นตัวเองได้ทุกที่ ไม่ปิดบัง มองว่าสังคมเปิดกว้างยอมรับเกย์แล้ว อินเทอร์เน็ตช่วยให้เปิดเผยตัวได้มากขึ้น และเชื่อว่าทำดีต้องได้ดีเสมอ สอดคล้องกับกลุ่มอนุรักษ์นิยมของ ณัฐกานต์ บุญนนท์ (2550) ที่ดำเนินชีวิตอยู่ในกรอบของขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด

4) กลุ่มรูปแบบการดำเนินชีวิตวันไนท์สแตนด์ (One night stand) (Eigenvalue = 1.45,  Variance = 5.81%) เป็นกลุ่มที่เล่นแอปพลิเคชั่นหาคู่เกย์ และนิยมนัดเพื่อนใหม่จากอินเทอร์เน็ต สอดคล้องกับกลุ่มรูปแบบการดำเนินชีวิตแบบรักการท่องเที่ยวของ เรข์ณพัศ ภาสกรณ์ (2554) ที่มีกิจกรรมนัดพบเพื่อนใหม่จากอินเทอร์เน็ตเช่นเดียวกัน

5) กลุ่มรูปแบบการดำเนินชีวิตโลกสวย (Eigenvalue = 1.22, Variance = 4.88%) เป็นกลุ่มที่เชื่อมั่นในตนเอง มองว่าเกย์ควรสะสมทรัพย์สินเอาไว้เผื่อในยามแก่ อยากมีชีวิตคู่ที่ดูแลกันและกัน อยากรับบุตรบุญธรรมมาเลี้ยงดู อยากจดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และอยากไปใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศ คนกลุ่มนี้มองว่าการจัดตั้งองค์กรเพื่อเกย์นั้นมีประโยชน์ ประเทศไทยควรเปิดรับเกย์ให้เห็นเป็นรูปธรรม และสินค้าไทยไม่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ตนเอง สอดคล้องกับกลุ่มความคิดเห็นของกลุ่มผู้อุปถัมภ์ของ เรข์ณพัศ ภาสกรณ์ (2554) ที่มองว่าสินค้าไทยไม่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตนเอง

6) กลุ่มรูปแบบการดำเนินชีวิตรักสงบ (Eigenvalue = 1.16, Variance = 4.64%) เป็นกลุ่มที่รักอิสระ ให้ความสำคัญกับการพักผ่อนมาก และชอบพักผ่อนอยู่บ้านในวันหยุด ดูโทรทัศน์ ชมภาพยนตร์ รายการ หรือละครย้อนหลังทางอินเทอร์เน็ต ให้ความสำคัญกับเพื่อนเสมอ เต็มที่กับหน้าที่การงาน หรือการเรียน หาความรู้เพิ่มเติมเพื่อพัฒนาตนเองอยู่เสมอ และยังใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมโลกอีกด้วย สอดคล้องกับกลุ่มรูปแบบการดำเนินชีวิตแบบรักบ้านของ เรข์ณพัศ ภาสกรณ์ (2554) ที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ทำกิจกรรมที่บ้าน โดยเน้นการพักผ่อนอยู่บ้าน ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในช่วงวันหยุด และสอดคล้องกับกลุ่ม Homey Gay Lifestyle ของ กิ่งรัก อิงคะวัด (2542) ที่ชอบทำกิจกรรมในบ้าน พักผ่อนอยู่บ้านในวันหยุดเช่นกัน

2. เพื่อหาลักษณะการเปิดเผยตนเองในเฟซบุ๊กของกลุ่มชายรักชาย

จากผลการวิจัยการเปิดเผยตนเองในเฟซบุ๊กของกลุ่มชายรักชาย พบว่า กลุ่มชายรักชายมีการเปิดเผยตนเองในเฟซบุ๊กโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (  = 3.91, SD .564) โดยตัวแปรที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดได้แก่ ทัศนคติต่อภาวะชายรักชาย (  = 4.39, SD .535) โดยข้อความที่กลุ่มชายรักชายเห็นด้วยมากที่สุดคือ “การเป็นเกย์ถือเป็นรสนิยมทางเพศของแต่ละคน” สอดคล้องกับผลการวิจัยของ อันธิกา แจคเกอลีน ไคลน์ (2546) ที่พบว่า เกย์ก็เหมือนคนทั่วไปปกติเพียงแต่ชอบผู้ชายด้วยกัน ถือเป็นรสนิยมอย่างหนึ่ง นอกจากนี้ตัวแปรที่มีผลต่อการเปิดเผยตนเองในเฟซบุ๊กน้อยที่สุดได้แก่ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมเฟซบุ๊ก และการบูรณาการเอกลักษณ์ทางเพศให้เข้ากับแง่มุมอื่นของชีวิต สอดคล้องกับผลการวิจัยของ อันธิกา แจคเกอลีน ไคลน์ (2546) ที่พบว่า กลุ่มชายรักชายมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเกย์น้อย โดยให้เหตุผลว่ายังไม่พร้อม แต่หากมีอายุมากขึ้นอาจจะเข้าร่วม ซึ่งการนำเสนอตนเองบนสังคมออนไลน์ที่เข้าร่วม เป็นปัจจัยที่จะกำหนดว่าสังคมจะรู้จักบุคคลนั้นไปในทิศทางใด (พนา ทองมีอารม และคณะ, 2559)

3. เพื่อศึกษาความแตกต่างของการเปิดเผยตนเองในเฟซบุ๊ก ของกลุ่มชายรักชายที่มีรูปแบบการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกัน

ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า กลุ่มชายรักชายทั้งหกกลุ่ม มีการเปิดเผยตนเองในเฟซบุ๊กที่ไม่แตกต่างกัน อาจเป็นเพราะกลุ่มชายรักชายส่วนใหญ่ในปัจจุบัน มีการเปิดเผยตนเองในอินเทอร์เน็ตที่มากขึ้น เนื่องจากอินเทอร์เน็ตเป็นพื้นที่ที่ชายรักชายรู้สึกปลอดภัย และสามารถคัดกรองผู้ที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในเครือข่ายสังคมออนไลน์ของตนเองได้ จึงทำให้เกิดความสบายใจ ซึ่งชายรักชายจะเปิดเผยตัวตนในทุกพื้นที่ที่ตนเองมีความรู้สึกว่าปลอดภัยหรือไว้วางใจจากบุคคลรอบข้างในพื้นที่เหล่านั้น (เนติ สุนทราวราวิทย์, 2553) ซึ่งระดับของการเปิดเผยตนเองขึ้นกับว่ามีเพื่อนที่มีอยู่ในเครือข่ายนั้น ๆ (วิลาส ฉ่ำเลิศวัฒน์, 2554)

อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาแต่ละกลุ่มรูปแบบการดำเนินชีวิต พบว่า กลุ่มรูปแบบการดำเนินชีวิตชาตินิยม มีการเปิดเผยตนเองในเฟซบุ๊กมากที่สุด อาจเป็นเพราะมีรูปแบบการดำเนินชีวิตที่มองว่าสังคมเปิดกว้างยอมรับเกย์แล้ว และอินเทอร์เน็ตสามารถช่วยให้เปิดเผยตัวได้มากขึ้น ซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ภูมิใจในความเป็นเกย์ของตนเอง และสามารถเป็นตัวเองได้ทุกที่ไม่จำเป็นต้องปิดบัง เมื่ออธิบายโดยใช้แบบจำลองหน้าต่างโจฮารี (The Johari Window) (Luft, 1984) พบว่า รสนิยมทางเพศของกลุ่มชายรักชายอยู่ในบริเวณเปิดเผย (Open area) เนื่องจากมีความภูมิใจในความเป็นเกย์ และสบายใจที่จะมองว่าสังคมเปิดกว้างยอมรับเกย์ ทำให้รู้สึกปลอดภัยในการเปิดเผยรสนิยมทางเพศของตน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดเผยตนเองในโลกออนไลน์ เพราะเฟซบุ๊กเป็นพื้นที่ที่กลุ่มชายรักชายมองว่าเป็นของตนเอง โดยชายรักชายจะเปิดเผยตัวตนในพื้นที่ที่ตนเองมีความรู้สึกว่าปลอดภัยหรือไว้วางใจจากบุคคลรอบข้างในพื้นที่เหล่านั้น (เนติ สุนทราวราวิทย์, 2553)

ข้อเสนอแนะ

1) จากผลการวิจัยพบว่า กลุ่มรูปแบบการดำเนินชีวิตทั้งหกกลุ่มมีการเปิดเผยตนเองในเฟซบุ๊กที่ไม่แตกต่างกัน และมีกิจกรรม ความสนใจ และการแสดงความคิดเห็นที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าเป็นชายรักชาย นักโฆษณา นักการตลาด และนักวิชาการสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปศึกษาเพิ่มเติมเพื่อทำการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพไปยังกลุ่มชายรักชาย

2) ในการวิจัยครั้งนี้ได้กำหนดเกณฑ์อายุของกลุ่มตัวอย่างเอาไว้ที่ 20-35 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มชายรักชายวัยรุ่น และวัยทำงานตอนต้น การศึกษาครั้งต่อไปสามารถกำหนดเกณฑ์อายุของกลุ่มตัวอย่างให้สูงขึ้น แล้วนำอายุของแต่ละกลุ่มมาเปรียบเทียบกันเพื่อให้ได้ข้อค้นพบที่หลากหลาย

3) กลุ่มตัวอย่างในงานวิจัยครั้งนี้คือกลุ่มชายรักชาย นับเป็นกลุ่มวัฒนธรรมย่อย อย่างไรก็ตม กลุ่มหญิงรักหญิง และกลุ่มสาวประเภทสอง ก็เป็นกลุ่มวัฒนธรรมย่อยที่มีรูปแบบการดำเนินชีวิตและการเปิดเผยตนเองที่ควรศึกษา

กิตติกรรมประกาศ

ผู้เขียนขอขอบพระคุณ ผศ.ดร. บุหงา ชัยสุวรรณ อาจารย์ที่ปรึกษาผู้ร่วมเขียนบทความวิจัย  ที่ได้กรุณาสละเวลาและความทุ่มเทในการให้คำปรึกษา ข้อชี้แนะ แนวทางและรูปแบบในการเขียน รวมถึงพิจารณาตรวจสอบบทความให้มีความถูกต้องและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นกมลรัฐ อินทรทัศน์. (2551). ผลที่เกิดจากกระแสการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารต่อสังคมปัจจุบัน. ใน ภัสวลี นิติเกษตรสุนทร และคณะ (บรรณาธิการ). ปรัชญานิเทศศาสตร์และทฤษฎีการสื่อสาร (พิมพ์ครั้งที่ 2 หน้า 465-474).นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

เอกสารอ้างอิง
● กิ่งรัก อิงคะวัต. (2542). รูปแบบการดำเนินชีวิต พฤติกรรมการบริโภค และพฤติกรรมการเปิดรับสื่อของกลุ่มชายรักชาย (เกย์) ในเขตกรุงเทพมหานคร (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร.  
● ชินวร ฟ้าดิษฐี. (2552). เว็บไซต์เกย์ พื้นที่สาธารณะสำหรับคนชายขอบ. วารสารดำรงวิชาการ, 8, 81-100.
● ณัฐกานต์ บุญนนท์. (2550). รูปแบบการดำเนินชีวิต และพฤติกรรมการเปิดรับสื่อทางอินเตอร์เน็ตของกลุ่มวัยรุ่น ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น. (การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ขอนแก่น.
● ธีรวุฒิ เอกะกุล. (2543). ระเบียบวิธีวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. อุบลราชธานี: สถาบันราชภัฎอุบลราชธานี.
● เนติ สุนทราวราวิทย์. (2553). การสร้างความหมายและตัวตน “เกย์” ในพื้นที่แห่งความเป็นจริงและพื้นที่ไซเบอร์ (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ปัตตานี
● พนา ทองมีอาคม, อารีย์ ป้องสีดา, ชนาธิป พวงธนสาร, สุภาวดี พร้อมพงษา, อานนท์ คำชู, จารุภา กมลบูรณ์, ศิริธนันทษร กรุณกิจ และชลลดา พุ่มพฤกษ์. (2559). เรียนรู้เรื่องสื่อ. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม.
● เรข์ณพัศ ภาสกรณ์. (2554). รูปแบบการดำเนินชีวิต พฤติกรรมการบริโภค และการเปิดรับสื่อของชายรักชายในเขตกรุงเทพมหานคร (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร.
● วิลาส ฉ่ำเลิศวัฒน์. (2554). ปฐมบทสู่สื่อพลังมวลชน Social Media. imarketing10.0. กรุงเทพมหานคร: โปรวิชั่น.
● เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ. (2559). เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก (Disruptive technologies). ค้นเมื่อ 16 สิงหาคม 2559, จาก https://www.it24hrs.com/2016/disruptive-technologies-technology
● สำนักพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์. (2558). รายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2558. ค้นเมื่อ 16 สิงหาคม 2559, จาก https://www.etda.or.th/publishing-detail/thailand-internet-user-profile-2015-th.html
● อันธิกา แจคเกอลีน ไคลน์. (2546). กระบวนการเปิดเผยตนเองของบุคคลที่เป็นรักร่วมเพศ. (เอกสารทางวิชาการ). ขอนแก่น, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
● Goffman, E. (1959). The presentation of self in everyday life. Retrieved 16 November 2016 from: https://monoskop.org/images/1/19/Goffman_Erving_The_Presentation_of_Self_in_Everyday_Life.pdf
● Luft, J. (1984). Group Process: An Introduction to Group Dynamics (3rd ed.). Mountain View, CA: Mayfield.
● Owens, Z. D. (2016). Is it facebook official? Coming out and passing strategies of young adult gay men on social media. Journal of homosexuality, 40, 431-449.
● We are Social. (2017). Digital in 2017: Global Overview. Retrieved 6 March 2017, from: https://wearesocial.com/blog/2017/01/digital-in-2017-global-overview

โพสต์ต้นฉบับจาก รายงานสืบเนื่องการประชุมวิชาการ การสื่อสารระดับชาติประจำปี 2560 หน้าที่ 49

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ


<script data-ad-client="ca-pub-2367529442413944" async src="https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>

บทความล่าสุดในหมวด LGBT

• • •

• • •


เคล็ดลับการออกเดทสำหรับเกย์ยุคใหม่

การพัฒนาของเทคโนโลยีการสื่อสารทำให้เราใกล้ชิดกันมากขึ้น การเปลี่ยนจากคนแปลกหน้าบนโลกเสมือนเป็นคนรู้จักกันในชีวิตประจำวันจึงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะโลกแห่งเทคโนโลยีทำให้เราผสานกันเป็นหนึ่งเดียว

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

ในอดีตการไปมาหาสู่กันยังลำบาก แต่ปัจจุบันรถไฟฟ้าเชื่อมคนกรุงฯ เข้าด้วยกัน ถนนหนทางมีแสงไฟส่องสว่าง การเดินทางไปพบเจอกันจึงง่ายกว่าในแต่ก่อน แต่การวางตัวในยุคที่พิมพ์ข้อความผ่าน Text จีบกันแล้วต้องมาเจอตัวจริงต่างหากที่ยาก และนี่คือเคล็ดลับการออกเดทฉบับใหม่ สำหรับเกย์ยุค 4.0

ไม่ควรป่าวประกาศในเดทแรก

ไม่ว่าคุณจะนกมานานแค่ไหน โสดมาหลายสิบปี หรือห่างเหินกับการเดทมานานจนหยากไย่ขึ้น ก็ไม่ควรป่าวประกาศให้ใครต่อใครฟังว่านี่คือคู่เดทของคุณ

การพาคู่เดทไปเจอเพื่อนในเดทแรก อาจทำให้เพื่อนของคุณแซว หยอกล้อ หรือเผยพฤติกรรมที่น่าอับอาย รวมไปถึงการเรียกแทนคู่เดทของคุณด้วยสรรพนามว่า “ผัวเพื่อน” “เมียเพื่อน” นั่นอาจทำให้คู่เดทของคุณตกใจและเทคุณไวกว่าที่คิด

Mens

การเดทครั้งแรกไม่ควรจะป่าวประกาศบอกคนทั้งโซเชียลว่าคุณกำลังศึกษาดูใจกับใครอยู่ ไม่ใช่ว่ามันอาจจะซ้ำกับใครสักคน แต่มันถือเป็นการให้เกียรติกับคู่ของคุณต่างหาก

นัดเดทครั้งแรกจึงควรเป็นเรื่องของคนสองคนที่นัดมาเจอกัน ศึกษาดูใจกัน และไม่ควรนำเรื่องราวนั้นไปปรึกษาหารือกับเพื่อน เพราะสุดท้ายตัวคุณเองต่างหากที่จะเป็นคนสานต่อกับคนนั้นของคุณ อย่าลืมว่าสังคมเกย์เดี๋ยวนี้มันร้าย อาจมีคนจ้องจะปาดเค้กคู่เกย์ของคุณอยู่ก็ได้

Mens

ปิดแอปพลิเคชันหาคู่

แม้ว่ายุคนี้เกย์หลายคนอาจรู้จักกับผ่านแอปพลิเคชันหาคู่เกย์ก็จริง แต่หากคุณตัดสินใจนัดเจอและออกเดทกับเกย์ที่รู้จักผ่านแอปฯ แล้ว ก็ควรให้เกียรติเขาด้วยการปิดการแจ้งเตือนของแอปฯ เหล่านั้นซะ หรืออาจจะลบบัญชีของคุณไปเลยเพื่อให้เกียรติอีกฝ่ายก็ยิ่งดี

Gay Application

หากคุณไปเดทแล้วเสียงเตือนของแอปฯ หาคู่เกย์มันดังขึ้นมา อาจจะทำให้การเดทนั้นจบลงกว่าที่คุณคิด หรือหากคู่ของคุณเกิดเจอคุณบนแอปพลิเคชันเกย์ ก็ไม่ควรจะเปิดการแจ้งเตือนหรือโลเคชันในวันที่นัดพบกันเพื่อสร้างความมั่นใจ และเพิ่มโอกาสในการสานสัมพันธ์ของคุณต่อ

อย่างไรก็ตาม อย่าระแวงว่าคู่เดทของคุณจะยังคงเล่นแอปพลิเคชันหาคู่เกย์จนทำให้คุณคอยจับผิดเค้าตลอดเวลา การวางตัวที่ดีให้น่าค้นหา และให้เกียรติซึ่งกันและกันจะช่วยให้คุณเอาชนะใจคู่ของคุณได้

อย่าหลงตัวเอง

เป็นความจริงที่ว่าเกย์มักมีความมั่นใจในตัวเองมากจนล้นเหลือ ทำให้หลายคนมักนกในเดทเกย์ครั้งแรกของตัวเอง

นั่นเป็นเพราะเวลาเราตื่นเต้น อะดรีนาลีนจะหลั่งออกมามากขึ้น ทำให้คุณมักจะพูดแต่เรื่องของตัวเอง เล่าประสบการณ์ชีวิตวัยเด็ก ไม่ว่าจะการเปิดเผยกับครอบครัวครั้งแรกว่าเป็นเกย์ ประสบการณ์เซ็กส์แบบเกย์ครั้งแรก รวมไปถึงประสบการณ์คบผู้หญิงที่อาจเป็นเรื่องน่าตลก

แต่สิ่งเหล่านั้นอาจทำให้คุณดูมั่นใจจนเกินไป แทนที่คุณจะพูดแต่เรื่องของตัวเอง หรือพูดถึงข้อดี แนะนำให้คุณกับคู่เดททำกิจกรรมร่วมกัน อาจเป็นการกินข้าว ดูหนัง พูดคุยเรื่องอื่นๆ ที่ไม่ดูเป็นการขายของมากจนเกินไปจะช่วยสร้างความประทับใจให้อีกฝ่ายคิดถึงคุณ และนัดเจอในครั้งต่อไปได้อย่างแน่นอน

อย่าขอเพิ่มเพื่อนในโซเชียล

ไม่ใช่ว่าการเป็นเพื่อนกันบนเฟซบุ๊กหรือโซเชียลมีเดียอื่นๆ เป็นสิ่งต้องห้าม แต่การเว้นพื้นที่ระหว่างกันเอาไว้ก่อนในเดทแรกจะช่วยให้เค้ารู้สึกอิสระมากกว่า เพราะนี่เป็นแค่เดทแรก การจะสานต่อยังคงไม่แน่นอน

การขอแอดเฟรนด์หรือติดตามคู่เดทในช่วงแรกของการรู้จักกันอาจถูกมองว่าเป็นการเร่งรีบเชื่อมต่อโลกของคุณกับเขามากเกินไป เพราะโซเชียลมีเดียของแต่ละคนจะสะท้อนทัศนคติ ความเป็นตัวตนของบุคคลนั้นออกมา การขอเข้าไปเชื่อมต่อกับโลกของเขา อาจเป็นสิ่งที่ยังไม่ควรทำในช่วงเริ่มต้น

หากคุณอยากสอดส่องโซเชียลมีเดียของเค้าจริงๆ ก็ลองเอาชื่อนามสกุลของเขาไปเซิร์จดู หากบัญชีโซเชียลมีเดียนั้นเปิดเป็นสาธารณะ ก็อาจจะลองกระซิบขอดูก็ได้ เพราะแม้ว่าบางคนอาจมองเรื่องนี้เป็นความส่วนตัว แต่ในอีกมุมหนึ่งก็มีคนที่ชื่นชอบที่จะเปิดเผยมากๆ เช่นกัน

เดทที่จบลงบนเตียง

หากหลังจากเดทอันโรแมนติคผ่านไปด้วยดี บางสัมพันธ์อาจจะสานต่ออย่างรวดเร็วด้วยการขอไปทำความรู้จักกันมากขึ้น การเตรียมพร้อมสภาพของห้องพักหรือห้องนอนอาจเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะเกิดสถานการณ์พาไปคุณอาจต้องเปิดประตูให้เค้าเข้ามาไวกว่าที่คิด

silhouette of man

ลองเตรียมใจเอาไว้กับสถานการณ์นี้ หากคู่เดทของคุณอยากจะเร่งรัดสัมพันธ์ให้เร็วขึ้นมันอาจกลายเป็น One Night Stand และคุณอาจเป็นได้แค่ Friend With Benefit ระหว่างกัน

แต่หากคุณไม่ได้คิดจะจริงจังหรือสานต่อ ก็อย่าลืมเตรียมถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันโรคติดต่อ หรือหากคุณเป็นนักท่องราตรีที่ชอบเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ ศึกษาเรื่องยา PrEP เอาไว้บ้างก็ดี และที่สำคัญอย่าลืมว่า โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่ได้มีแค่โรคเอดส์เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีซิฟิลิส หนองใน ฯลฯ

shirtless man lay on bed

เตรียมพร้อมหากรุกเทิร์นรับ!

ด้วยประชากรรับที่เยอะกว่ารุก ทำให้รับหลายคนผันตัวเองมาเป็นโบท หรือมีพฤติกรรมทั้งแบบรับและรุกเพื่อให้สามารถเปิดตลาดใหม่ได้ แต่หากมันไม่ใช่สิ่งที่ใจรักหรือเป็นตัวตนก็จะแอ๊บได้ไม่นาน ทำให้หลายคนที่บอกว่าตัวเองเป็นรุก มักจะอยากรับขึ้นมาเสียอย่างนั้น

two man shirtless in the rain

อีกกรณีคือ รับที่เทิร์นรุกมักจะมีความอ่อนไหว อ่อนโยน แต่พอเทิร์นเป็นรุกทำให้หลายครั้งต้องฝืนเข้มแข็ง ฝืนทำตัวเป็นที่พึ่งของคู่ของตน และสุดท้ายแล้วความอดทนก็จะหมดลงเป็นที่มาของการทะเลาะและไม่ยอมกัน

การจะเป็นรับหรือรุกอาจไม่ใช่ประเด็นหลักของสิ่งที่เราต้องเตรียมปรับตัว เพราะความรักไม่ใช่เรื่องเซ็กส์ การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างเกย์ไม่จำเป็นต้องสอดใส่เสมอไป การใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันต่างหากที่จะทำให้รักนั้นยั่งยืน การก้าวข้ามเพศสภาพของตัวเองจะทำให้คู่ของพวกคุณมีความสุข

Gay couple

สรุป

การเดทของแต่ละคนแตกต่างกัน ขึ้นกับว่าเราอยู่ในสถานการณ์ไหน แต่สิ่งสำคัญที่ควรจำให้ขึ้นใจคือ ความปลอดภัยจะต้องมาก่อน เพราะปัจจุบันมีมิจฉาชีพจำนวนมากที่อาศัยความเหงาของเกย์ในการนัดเจอ แต่สุดท้ายก็จบที่การลักทรัพย์ไปจนหมดตัว ดังนั้นก่อนจะนัดเจอใครคุณต้องแน่ใจก่อนว่าคุณพร้อมจะรับมือกับทุกสถานการณ์

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ข้อมูลบางส่วนจาก huffpost.com

บทความน่าอ่านต่อ


<script data-ad-client="ca-pub-2367529442413944" async src="https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>

บทความล่าสุดในหมวด LGBT

• • •

• • •


แฟชั่นกีฬา LGBT ที่คนสมัยใหม่ห้ามพลาด

ยุคนี้ไม่สนใจตลาดกลุ่ม LGBT (Lesbian-Gay-Bisexual-Transgender) หรือ “กลุ่มหลากหลายทางเพศ” ไม่ได้แล้ว เพราะเป็นกลุ่มผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม โดยถือว่าเป็นกลุ่มใหม่ที่เร่าร้อนที่สุดเกือบทุกวงการเลยก็ว่าได้ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีรายได้และกําลังซื้อสูงมาก นอกจากนั้นยังกล้าใช้จ่ายกับสิ่งที่มีการออกแบบล้ำยุคล้ำสมัยและมีคุณภาพเหนือกว่ามาตรฐานทั่วไป เพื่อบ่งความถึงความมั่นใจ เปิดเผย และเป็นตัวของตัวเองได้อย่างน่าชื่นชม แต่วงการแฟชั่นเครื่องแต่งกายกีฬาก็เป็นอีกอุตสาหกรรมหนึ่งที่โดดลงมาเล่นกับกลุ่มผู้บริโภคนี้อย่างเต็มตัว หลายแบรนด์สินค้าระดับโลกต่างต้องหันมาทำสินค้าเพื่อตอบสนอง LGBT เป็นพิเศษด้วยการออกแบบสินค้าเพื่อเอาใจชาวสีรุ้งโดยเฉพาะ อย่าง Adidas, Nike และ Converse ต่างมีรองเท้ารุ่นพิเศษเพื่อกลุ่ม LGBT กันทั้งสิ้น

Adidas OZWEEGO “Pride”

เริ่มกันที่รองเท้าที่บ่งบอกถึงความ “ภาคภูมิใจ” แบบเป็นอกเต็ม ๆ ตามคอมเซ็ปต์ของชื่อรุ่น ด้วยพื้นรองเท้าสีรองของรุ่นนี้ รับรองว่าได้ใจทั้งชาว LGBT และกลุ่มคนที่รักสีสันและเป็นตัวของตัวเองไปเต็ม ๆ

Speedo

ในที่สุดผู้ผลิตอุปกรณ์ว่ายน้ำชื่อดัง Speedo ก็ถือร่วมสนับสนุนเทศกาล Pride ด้วยการออกอุปกรณ์สำหรับว่ายน้ำแบบ Limited-edition ซึ่งมีออกมาครบครันทั้งหมวกว่ายน้ำ ชุดว่ายน้ำของทั้งผู้หญิงผู้ชาย โดยบริเวณส่วนที่เป็นโลโก้ Speedo ได้ถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นสีรุ้งเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

Apple Watch Pride Edition Woven Nylon Band

แม้ Apple จะให้การสนับสนุนเทศกาล Pride อยู่แล้ว แต่หลาย ๆ ครั้งก็มีการออกไอเทมรุ่นใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการและตอบสนองเชิงสัญลักษณ์ของ LGBT อยู่เสมอ อย่างตัว Apple Watch เองที่ก็ได้ตอบโจทย์ทั้งเรื่องสุขภาพ การออกกำลังกาย และแฟชั่นไปพร้อม ๆ กัน

เรียกได้ว่าเรื่องราวของวงการกีฬามักอยู่ในกระแสหลักของสังคมเสมอ ไม่ว่าจะเรื่องแฟชั่น เรื่องความเปิดกว้างทางสังคมสำหรับกลุ่ม LGBT หรือการอัปเดตเกมกีฬาที่น่าสนใจอยู่เสมอ ดังเช่น เว็บกีฬาอย่าง webet เป็นต้น

4 เทคนิคถ่ายรูปอวดหุ่นอย่างมั่นใจ

การเข้าฟิตเนสเพื่อสร้างกล้ามเนื้อให้เป็นเรือนร่างที่เซ็กซี่ถือเป็นการทำงานอย่างหนัก และเมื่อผลลัพธ์ออกมาเป็นที่น่าพอใจจนเจ้าตัวอดใจไม่ไหวทำให้ใครหลาย ๆ คนต้องการที่อวดเรือนร่างของตนเองลงโซเชียลถึงความอดทน และมีระเบียบวินัย แต่จะโพสต์ภาพอย่างไรไม่ให้ดูมั่นใจเกินไป หรือหากมีความไม่มั่นใจจะทำอย่างไรให้สามารถลงรูปได้โดยไม่เขิน

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

1. ทำหน้าตลกเข้าไว้

นี่คือเทคนิคเก่าแก่ เพราะการทำหน้าให้ดูตลกจะดึงความสนใจไปจากหุ่นของเรา และไม่ทำให้เราดูจงใจอวดมากขึ้นไป และหากคุณทำออกมาได้ดีก็จะไม่ค่อยมีคนโฟกัสที่หน้ามาก แต่จะไปสนใจที่หุ่นของคุณโดยไม่รังเกียจตามที่ตั้งใจแต่แรก

2. อย่าอวดเรือนร่างบ่อยจนเกินไป

ไม่ว่าจะในอินสตาแกรมหรือแอปพลิเคชั่นหาคู่ไม่ควรลงรูปถอดเสื้อเปลือยบนมากเกิน เพราะจะทำให้คนเข้าใจผิดว่าคุณเป็นพวกชอบโชว์ และอาจทำให้เขาคิดว่าคุณมีดีแค่หุ่น ดังนั้นการลงรูปอื่น ๆ ด้วยก็จะเป็นตอบย้ำว่าคุณมีดีมากกว่าหุ่น 

3. ถอดเสื้อให้เป็นธรรมชาติ

หมายถึงในสถานการณ์ที่ถูกที่ควร เช่น การเปลี่ยนชุดในยิม เพราะเป็นสถานที่ใคร ๆ ก็ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า หรือถอดเสื้อที่ชายหาด เป็นต้น ไม่ใช่เอะอะก็ถอด ถอดโดยไม่รู้สถานการณ์ก็จะดูจงใจจนเกินไป และดูเหมือนคนขี้อวดอีกด้วย 

4. ใส่แคปชั่นให้ตลกไว้ก่อน

เมื่อคุณโพสต์รูปโซเชียลมีเดียก็ลองคิดแคปชั่นฮา ๆ ใส่เข้าไปด้วย ก็จะทำให้คนไม่ได้โฟกัสกับหุ่นของคุณมากเกินไป แต่อาจจะเป็นการตอบแคปชั่นที่คุณใส่เรื่องราวที่น่าสนใจไปด้วย 

สรุป

การอวดหุ่นอย่างมั่นใจเป็นสิ่งที่หลายคนต้องการแสดงให้เห็นถึงความอดทนบากบั่น กว่าจะมีหุ่นที่สวยงามต้องผ่านการฝึกอย่างสม่ำเสมอ และผลลัพธ์จะเป็นสิ่งที่ทำให้คนมั่นใจมากขึ้น

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

บทความน่าอ่านต่อ


<script data-ad-client="ca-pub-2367529442413944" async src="https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>

บทความล่าสุดในหมวด LGBT

• • •

• • •


6 สิ่งที่ควรทำ ก่อน-ระหว่าง-หลังมีเซ็กส์

กิจกรรมทางเพศเป็นกิจกรรมที่มักจะเกิดสิ่งสกปรกตามมา แม้ว่าจะเป็นของเหลวที่ออกมาจากร่างกายของเรา แต่หากเกิดการหมักหมมก็อาจก่อให้เกิดเชื้อโรคต่าง ๆ ตามมา ความสะอาดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรคำนึงเมื่อปฏิบัติกิจกรรมทางเพศ

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขอนามัยทางเพศ Sherry A. Ross กล่าวถึงสิ่งที่ควรทำก่อนมีเพศสัมพันธ์ ระหว่างและหลังมีเพศสัมพันธ์ที่จะต้องใส่ใจดังนี้

1. ขับถ่ายให้เรียบร้อย

การทำธุระส่วนตัวก่อนกิจกรรมทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นการปัสสาวะก่อนและหลังกิจกรรมทางเพศรวมไปถึงขับถ่ายทั้งก่อนและหลังจะช่วยผลักแบคทีเรียให้ออกจากท่อปัสสาวะและทางทวารหนักของคุณ การขับถ่ายทุกอย่างออกจะช่วยป้องกันกการติดเชื้อจากแบคทีเรียได้

shirtless man lay on bed
Man

2. ทำแท้ง

การทำความสะอาดทวารหนักของคุณก่อนออกรบเป็นสิ่งสำคัญ การรักษาความสะอาดทั้งก่อนและหลังกิจกรรมทางเพศจะช่วยเลี่ยงการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้นหลังจากมีเพศสัมพันธ์ได้ สามารถดูวิธีการทำแท้งได้ที่ วิธีทำแท้งสำหรับเกย์รับ

แต่หากเป็นกิจกรรมที่เร่งรีบและไม่สามารถอาบน้ำชำระล้างได้ ก็ใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดสุขอนามัย หรือใช้ทิชชู่เปียกชำระล้างเพื่อเลี่ยงการนำแบคทีเรียที่เป็นอันตรายเข้าสู่ทวารหนักหรือทางปาก

3. อมแล้วดูด ดูดแล้วเอามาอม

การล้างตู้เย็นให้ฝ่ายรับ (การใช้ลิ้นเลียไปที่ “รูทวาร” ของอีกฝ่ายเพื่อให้รู้สึกเสียวซาบซ่าน) หรือการออรัลเซ็กส์ แล้วมาจูบปากอาจทำให้แบคทีเรียทั้งหมดจากทวารหนักถ่ายโอนไปยังช่องปากของคุณอย่างง่ายด้าย ทางที่ดีที่สุดคือบ้วนปากหลังทำออรัลเซ็กส์จะดีที่สุด แม้ว่าคุณจะชำระล้างอย่างสะอาดแล้ว แต่แบคทีเรียจากทางทวารหนักอาจก่อให้เกิดการติดเชื้อได้

4. ล้างมือให้สะอาด

ก่อนรับประทานอาหารและหลังรับประทานอาหารควรล้างมือให้สะอาด กิจกรรมทางเพศก็เช่นกัน ควรล้างมือให้สะอาดก่อนจะมาจับลูบไล้เรือนร่าง หรือใช้มือในการช่วยสำเร็จความใคร่อาจทำให้แบคทีเรียที่อยู่ตามมือเข้าไปยังทวารของคุณได้ การทำความสะอาดร่างกายก่อนจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น หลายคนอาจจะชอบอาบน้ำชำระล้างก่อนก็เป็นทางออกที่ดี

Man in water
Man in water

5. ยืดอกพกถุง

แม้ทุกคนจะรู้จัก U=U (Undetectable ตรวจไม่พบ / Untransmittable ไม่ถ่ายทอด)  ก็ไม่สามารถถ่ายทอดเชื้อสู่ผู้อื่นได้ หรือยา PrEP (ป้องกันเชื้อเอชไอวีในกลุ่มผู้ที่ไม่มีเชื้อ แต่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวีสูง) แต่การสวมถุงยางอนามัยเป็นอุปกรณ์ที่ควรใช้ประจำเมื่อมีกิจกรรมทางเพศ

นอกจากเอชไอวีแล้วยังมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อีกมากที่ยังไม่มียาหรือวัคซีนป้องกัน การใช้ถุงยางอนามัยเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ

man waiting time to take pills

6. เล่นแล้วอย่าลืมทำความสะอาด

เซ็กส์ทอยเป็นอุปกรณ์ที่สร้างความสุขได้ด้วยตัวเอง การใช้งานอุปกรณ์ใดๆ ก็ควรมั่นใจว่าสิ่งนั้นมีความสะอาด ปราศจากแบคทีเรียหรือเชื้อโรคต่างๆ การทำความสะอาดของเล่นและจัดเก็บอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ของเล่นนั้นปลอดเชื้อและแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี และไม่ควรใช้ของเล่นร่วมกับผู้อื่นเด็ดขาด

สรุป

ไม่ว่าคุณจะอยู่ในรูปแบบความสัมพันธ์แบบใด เช่น นิยมเซ็กส์แบบไม่ผูกมัด หรือมีคู่เพียงคนเดียว การตัดสินใจมีเพศสัมพันธ์ควรคำนึงถึงสุขอนามัยของคู่ของคนด้วย ไม่ว่าการสวมถุงยางอนามัย การล้างมือ หรือการล้างอวัยวะเพศก็ตาม ทุกคนควรดูแลสุขลักษณะให้ตนเองสะอาดอยู่สม่ำเสมอ

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ข้อมูลบางส่วนจาก bustle.com
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

บทความน่าอ่านต่อ


<script data-ad-client="ca-pub-2367529442413944" async src="https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>

บทความล่าสุดในหมวด LGBT

• • •

• • •


คนที่ดูหนังโป๊บ่อย มักมีความวิตกกังวล และไม่พอใจในร่างกาย

งานวิจัยเผย “เกย์ที่ดูสื่อทางเพศบ่อย จะก่อให้เกิดทัศนคติเชิงลบกับตัวเองมากขึ้น” รวมถึงทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าและสะท้อนถึงความไม่พึงพอใจในร่างกายของตัวเอง

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
Man taking shirt off
Man

การวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Archives of Sexual Behavior สำรวจจากกลุ่มเกย์จำนวน 1071 คน จากทั่วทั้งสหรัฐฯ โดยทำการสำรวจทางออนไลน์เกี่ยวกับการเปิดรับสื่อทางเพศ ทัศนคติของผู้ที้มีความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า โดยพบว่า หลายครั้งที่เปิดรับสื่อทางเพศ จะทำให้รู้สึกแง่ลบต่อร่างกายของตัวเอง และของผู้อื่น นอกจากนี้ยังส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลและทำให้มีอาการซึมเศร้าเพิ่มมากขึ้น

หนึ่งในนักวิจัยบอกว่า ไม่ต้องการให้ผลการศึกษานี้ชี้วัดว่า สื่อทางเพศ เป็นสิ่งที่ไม่ดี เพราะหนังโป๊เป็นสื่อที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเพศ และช่วยให้ผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงเรื่องทางเพศได้มีความสุข

Man in the wood
Man in the wood

ผลการวิจัยยังสอดคล้องกับงานวิจัยด้านสุขภาพของประเทศออสเตรเลียที่สำรวจเกย์ 2733 คน ถึงความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดรับสื่อทางเพศ และความไม่พึงพอใจในร่างกายของตนเอง

หากช่วยส่งเสริมให้ผู้ที่ดูหนังโป๊เคารพในร่างกายของตนเอง โดยไม่มุ่งเน้นที่นักแสดงที่มีหุ่นดี ก็จะทำให้พวกเขาสามารถดูสื่อทางเพศได้อย่างมีความสุขมากขึ้น

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ที่มา : springer
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

บทความน่าอ่านต่อ


<script data-ad-client="ca-pub-2367529442413944" async src="https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>

บทความล่าสุดในหมวด LGBT

• • •

• • •


สิงโตเรียนรู้พฤติกรรมเกย์จากมนุษย์

การศึกษาในประเทศเคนย่าเผย สิงโตเรียนรู้เลียนพฤติกรรมการรักเพศเดียวกันจากนักท่องเที่ยว ส่งผลกระทบการขยายพันธุ์ในอนาคต

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

Ezekial Mutua หัวหน้าคณะผู้บริหารจัดจำแนกประเภทภาพยนตร์ของประเทศเคนย่า เล่าว่า สิงโตเหล่านี้ได้รับอิทธิพลจากกลุ่มเกย์ที่ไปอุทยานแห่งชาติและแสดงออกถึงพฤติกรรมรักเพศเดียวกัน ทำให้เกิดการเลียนแบบในสิงโต

ช่างภาพ Paul Goldstein ได้ปล่อยภาพถ่ายของสิงโตตัวผู้ที่กำลังมีเพศสัมพันธ์กับสิงโตตัวผู้เช่นกัน Mutua ได้ประณามถึงสิ่งชั่วร้าย โดยมองว่าสิงโตถูกปีศาจครอบงำ และทำให้การขยายพันธุ์ในอนาคตของสิงโตจะสูญสิ้นลง

แนวคิดที่ดีของการมีเพศสัมพันธ์แม้กระทั่งในหมู่สัตว์ก็คือเพื่อการให้กำเนิด สิงโตสองตัวไม่สามารถสืบพันธุ์ได้ดังนั้นเราจะสูญเสียสายพันธุ์สิงโต

ทั้งนี้ประเทศเคนย่ามีกฎหมายเข้มงวดในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกันและไม่มีการป้องกัน ซึ่งมีการดำเนินคดีกับกลุ่ม LGBT กว่า 600 คน ในระหว่างปีพ.ศ.2553 – พ.ศ. 2557 และยิ่งแสดงให้เห็นได้ชัดว่าประเทศนี้มีนโยบายแม้กระทั่งกับสิงโตที่มีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกันอีกด้วย

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ที่มา : advocate
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

บทความน่าอ่านต่อ


<script data-ad-client="ca-pub-2367529442413944" async src="https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>

บทความล่าสุดในหมวด LGBT

• • •

• • •


เรื่องของ Cock Ring

Cock Ring หรือห่วงรัดโคนอวัยวะเพศชายเป็นอุปกรณ์ช่วยควบคุมการไหลเวียนของเลือดและทำให้รักษาความแข็งรวมถึงเพิ่มความไวสัมผัสมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีประโยชน์อีกมากมายที่หลายคนไม่รู้

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

บทความของ ปรภ วันนี้จะมาบอกเล่าถึงประโยชน์อื่น ๆ รวมถึงข้อดีข้อเสียและความเข้าใจผิดที่หลายคนไม่รู้กัน

1 ช่วยไม่ให้อวัยวะเพศอ่อนตัว

ความแข็งตัวของอวัยวะเพศเปลี่ยนแปลงได้ตามการไหลเวียนของเลือดและความรู้สึกเร้าอารมณ์ อวัยวะเพศจึงสามารถแข็งตัวและอ่อนตัวได้อยู่เสมอในระหว่างกิจกรรมบนเตียง ห่วงรัดโคนจึงเป็นตัวช่วยให้อวัยวะเพศชายแข็งตัวได้นานขึ้นโดยการห้ามไม่ให้เลือดไหลกลับ

2 เพิ่มขนาดและความยาว

หากคุณกำมือรอบโคนอวัยวะเพศจะสังเกตได้ว่าบริเวณช่วงกลางลำและช่วงส่วนหัวของอวัยวะเพศจะมีขนาดใหญ่ขึ้น นั่นเป็นสิ่งที่ห่วงรัดโคนสามารถให้ผลลัพธ์เช่นเดียวกันได้ แม้ว่าจะไม่ถึงกับหลายนิ้ว แต่ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด

3 เพิ่มความไวต่อสัมผัส

กฎหลักของร่างกายอย่างหนึ่งคือหากเลือดไปหล่อเลี้ยงบริเวณไหนมาก บริเวณนั้นก็จะรับรู้การสัมผัสต่างๆได้ดีขึ้น อวัยวะเพศชายมีปลายประสาทปริมาณมากอยู่แล้ว ฉะนั้นห่วงรัดโคนจะทำให้ไวต่อสัมผัสได้มากขึ้นไปอีก

4 เสร็จช้าและเสร็จในปริมาณมากขึ้น

แม้ว่าสเปิร์มจะถูกผลิตขึ้นในถุงอัณฑะ แต่มันจะไหลผ่านท่อเล็ก ๆ ระหว่างทวารหนักและถุงอัณฑะ ห่วงรัดโคนจะทำการรัดบริเวณดังกล่าวทำให้ร่างกายพยายามขับสเปิร์มให้แรงขึ้น แต่หลายคนก็ชอบที่จะถอดห่วงรัดระหว่างถึงจุดสุดยอดเพราะไม่ชอบให้อะไรมาขัดขวาง

5 ขนจะไม่สร้างปัญหา

หลาย ๆ คนอาจใช้เจลหล่อลื่นกับห่วงรัดโคน หรือโกนขนบริเวณนั้นก่อนเพื่อไม่ให้เกิดการพันกัน แต่ห่วงรัดโคนแบบซิลิโคนหรือเหล็กจะทำให้ปัญหานั้นหมดไป

6 ไม่ทำให้คุณเจ็บระหว่างการถอดเข้าออก

หากรู้สึกเจ็บจากการสวมห่วงรัดโคนแสดงว่าห่วงของคุณอาจมีขนาดที่เล็กเกินไป การฝึกสวมระหว่างการช่วยตัวเองก็เป็นอีกวิธีที่จะทำให้คุณชินกับการสวมใส่ได้ อย่างไรก็ตามการวัดขนาดห่วงโคนที่เหมาะกับตัวเองสามารถทำได้โดยใช้เส้นด้ายมาพันบริเวณรอบโคนอวัยวะเพศ และวัดความยาวของเส้นด้ายนั้นจากนั้นเลือดซื้อตามไซส์ที่วางขาย นอกจากนี้ยังมีห่วงรัดโคนที่มีกระดุม หรือห่วงที่สามารถถอดเข้าออกได้ง่าย

สรุป

การสวมห่วงรัดโคนในแต่ละครั้งไม่ควรนานเกินกว่า 1 ชั่วโมง เพราะอาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองหรือทำให้เลือดไปไหลเวียนบริเวณนั้นน้อยเกินไป

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลบางส่วนจาก menshealth.com

บทความน่าอ่านต่อ


<script data-ad-client="ca-pub-2367529442413944" async src="https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>

บทความล่าสุดในหมวด LGBT

• • •

• • •


รุกอย่างไรให้รับหลงรัก

การเป็นรุกที่ดี ไม่ว่าจะเป็นรุกสาวหรือรุกแมน แต่เมื่อคุณรับบทเป็นรุกแล้ว จะต้องรุกให้ดี รุกให้เด็ดทำให้รับหลงไหล หลงรักให้ได้

สิ่งที่เกย์ส่วนใหญ่มักพูดกันมาตลอดคือ ประชากรรับมีเยอะจนเกินไป ทำให้หลายคนต้องเทิร์นรุกเพื่อที่จะอยู่รอดต่อไปในสังคม แต่ปัญหาของรับเทิร์นรุกคือเทคนิคเฉพาะตัวที่ยังขาดประสบการณ์

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

รุกหรือรับย่อมมีท่วงท่าที่ต้องทำกันประจำ และการเพิ่มเคล็ดลับเล็กๆ น้อย ๆ จะช่วยเพิ่มสีสันรสชาติให้กับสถานการณ์บนเตียงที่คุณจะจำไม่ลืม

ปรภ ขอพาสายรับเทิร์นรุก และรุกฝึกหัดมาเพิ่มกลยุทธ์การรุกฆาตให้สายรับหลงไหลกันครับ

1 มั่นใจในอาวุธของตัวเอง

สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคือ การเป็นรุกของใหญ่จะทำให้รับมีความสุขมากกว่าเดิม ซึ่งนั่นไม่จริงเสมอไป อย่าลืมว่ายังมีรับมือใหม่ที่ยังไม่พร้อมจะรับมือกับอาวุธยักษ์ของคุณ และขนาดใหญ่ก็ไม่สำคัญไปกว่าลีลาที่ดี

หากคุณเป็นรุกอาวุธเล็ก แทนที่จะเขินอายคุณควรมั่นใจในตัวเองอย่างเต็มที่ บรรเลงเพลงรักให้เร่าร้อนจนรับลืมไม่ลง

2 อย่าข้ามการเล้าโลม

รุกสายโหดบางคนคิดว่าหน้าที่การเล้าโลมเป็นของรับในการใช้ปากช่วย ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นสิ่งที่ผิดมหันต์ เพราะรุกก็ควรใช้ปากเล้าโลมรับเช่นกัน

การเล้าโลมเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้อีกฝ่ายมีอารมณ์ก่อนจะค่อย ๆ ไปเล่นกับประตูหลัง แน่นอนว่าคุณจะต้องจัดการกับพื้นที่โดยการล้างตู้เย็นให้พร้อม แต่หากล้างตู้เย็นไม่เป็นก็คลิกอ่านได้ที่ ทำแท้ง ล้างตู้เย็น เกย์ทำอย่างไร

Men's back with text how to clean anal and make fun before gay sex

3 เคาะประตูก่อนเปิด

นี่มักเป็นสิ่งที่หลายคนลืมทำ จงจำให้ขึ้นใจว่า อย่าใส่เข้าไปสด ๆ โดยไม่ได้ช่วยอะไรรับเลย เพราะไม่ใครชอบการเซอร์ไพรส์ด้วยการจุกเสียดแบบไม่ทันตั้งตัว รุกควรใจเย็น ๆ และใส่เจลหล่อลื่นสักหน่อย และค่อย ๆ สอดใส่เข้าไป อย่าลืมถามความรู้สึกของรับด้วย เพราะหากเขาทนไม่ไหว มันอาจจะระเบิดออกมาก็ได้ หลังจากเข้าที่แล้วคุณก็จะได้บรรเลงเพลงรักอย่างเมามันส์แบบในหนังโป๊นั่นแหละ

4 เปลี่ยนอารมณ์จังหวะบ้าง

เกย์รุกที่ดีต้องมีหลายอารมณ์ หลายบทบาท บางครั้งคุณอาจใส่ไม่ยั้งอย่างเต็มที่ บางครั้งคุณอาจต้องนุ่มนวลโรแมนติก แต่บางครั้งก็ต้องเป็นเจ้านายสายดุ ในขณะที่บางครั้งคุณอาจลองเป็นเด็กดีว่านอนสอนง่าย

เกย์รุกที่ดีจะต้องใส่ใจฝ่ายรับอยู่เสมอ แล้วถามว่าเขาชอบอะไร ลองอะไรใหม่ ๆ บ้าง ช้าบ้างเร็วบ้างก็ได้ และที่สำคัญ อย่าลืมเปลี่ยนไปลองท่าอื่นบ้างล่ะ หากคิดไม่ออกว่าจะทำท่าไหน ก็คลิกอ่านได้ที่ เทคนิคมือใหม่ เข้าประตูหลังปลอดภัย

two man with text safe sex position in thai language

5 รับมือกับการอ่อนตัวให้ได้

การไม่แข็งตัวหรือการอ่อนตัวโดยไม่ตั้งใจเป็นฝันร้ายของเกย์รุกทุกคน โดยเฉพาะเกย์รับที่เพิ่งจะเทิร์นรุกอาจจะเคอะเขินหรือทำไม่เป็น และทำให้น้องชายฝ่อก่อนที่จะได้ลงมือปฏิบัติกิจ แต่คุณจะต้องรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าให้ได้

แทนที่คุณจะตกใจ จงผ่อนคลายและอย่าเร่งตัวเอง ลองกลับไปยังขั้นตอนการเล้าโลมอีกครั้งและใช้ทุกอย่างที่คุณมีเพื่อทำให้เกย์รับรู้สึกดี หรืออาจจะลองเปลี่ยนบทบาทกันก็ได้หากคุณพร้อม ลองกลับไปรับอีกครั้งก็จะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น

6 ไปให้ถึงเส้นชัยทั้งคู่

สมมติว่าคุณเป็นคนแรกที่เสร็จก่อน อย่าปล่อยให้รับต้องจัดการกับตัวเองเพียงคนเดียว เพราะคู่ของคุณก็สมควรที่จะเสร็จเช่นกัน ดังนั้นก่อนจะลุกจากเตียงไปล้างหรือไปห้องน้ำ คุณควรช่วยทำให้เขาเข้าเส้นชัยเสียก่อน เพราะนั่นจะทำให้เขาหลงรักและทำให้คุณทั้งคู่มีความสุขด้วยกัน

สำหรับเกย์รุกเหล่านี้ ปรภ มองว่าเป็นสิ่งที่ช่วยเติมเต็มให้กับคู่รัก แต่หากคุณอยากจะเสริมอะไรเพิ่มก็คอมเมนต์บอกกันได้เลย

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลบางส่วนจาก Hornet.com

บทความน่าอ่านต่อ


<script data-ad-client="ca-pub-2367529442413944" async src="https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>

บทความล่าสุดในหมวด LGBT

• • •

• • •