เขียนบทความอย่างไร ให้ถูกใจ บก.

บนถนนวิชาชีพ “นักเขียนมือสมัครเล่น” สู่การเป็นนักเขียนอาชีพ ด้วยใจที่รักการอ่านนำมาซึ่งทักษะการเขียนที่ได้มาโดยอัตโนมัติ ตลอดระยะเวลาในวัยเด็กที่เป็นเพียงหนอนหนังสือ ได้สะสมความรู้สยายปีกแลกเปลี่ยนความรู้บนถนนวิชาชีพนี้มาสักระยะ บทความนี้จึงรวบรวมข้อผิดพลาดที่เคยพบเจอ เพื่อนำเสนอแนวทางในการเขียนบทความแก่นักเขียนหน้าใหม่ให้พัฒนาสู่การเป็นนักเขียนมืออาชีพด้วยข้อควรระวังดังต่อไปนี้

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เคล็ดไม่ลับ ที่ไม่ลับจริง ๆ

เคล็ดลับคืออะไร? ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ระบุว่า “เคล็ด” หมายถึง อุบาย เล่ห์ กลเม็ด (ราชบัณฑิตยสถาน, 2554) แต่ในมุมมองของผู้เขียน คำว่า “เคล็ดลับ” หมายความได้ว่า เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีคนรู้ เป็นสิ่งเล็กน้อยที่ช่วยให้วิถีชีวิตปกติง่ายขึ้น หรือดีขึ้น ซึ่งหากมองในมุมนี้แล้วมันก็เป็นสิ่งที่ดีมิใช่หรือ? …..
ใช่ครับ การเขียนบทความเคล็ดลับเป็นการแชร์สิ่งดี ๆ ที่เรารู้ให้กับผู้อ่าน แต่สิ่งที่ทำให้นักเขียนหลายคนตกม้าตายก็เพราะเคล็ดลับเหล่านั้นมันไม่ลับน่ะสิ

เคล็ดลับและไม่ลับส่วนใหญ่จากนักเขียนทรูไอดีฯ มักเป็นเนื้อหาที่มีผู้คิดค้นและเผยแพร่มาเป็นระยะเวลานานแล้ว หลายเคล็ดลับถูกตีพิมพ์บนหนังสือ บนเว็บไซต์ และถูกแชร์ต่อบนสื่อสังคมออนไลน์จนกลายเป็นเรื่องทั่วไปที่ใครก็รู้กัน ทำให้เคล็บไม่ลับเหล่านั้นไม่น่าสนใจอีกต่อไป

สิ่งที่นักเขียนทรูไอดีฯ ทำคือ การหาช่องโหว่ด้วยนำเคล็ดลับจากที่ต่าง ๆ มาปรับคำ เปลี่ยนบทนำ แก้บทสรุป และแก้ไขภาษาเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ใจความหลักของเนื้อหาจะถูกคัดลอกวนไปวนมาไม่รู้จบ ตัวอย่างเคล็ดลับที่มักเห็นบ่อยและผู้เขียนรู้สึกว่าเป็นการคัดลอกต่อ ๆ กันมา ได้แก่ ประโยชน์ที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับมะนาว เคล็ดไม่ลับดูแลผมด้วยมะกรูด เรื่องน่ารู้ของมะพร้าว เคล็ดลับวิ่งอย่างไรให้สุขภาพดี วิธีป้องกันตัวจากฝุ่น PM 2.5 เป็นต้น

บทความเหล่านี้เรียกได้ว่าเป็นการคัดลอกวนไปวนมาโดยผู้เขียนสมัครเล่นที่ไร้จรรยาบรรณและจิตใจของการเป็นนักเขียนที่ดี หวังเพียงแค่เงิน 100 บาท โดยไม่ได้คำนึงถึงวัตถุประสงค์ของการสร้างเว็บไซต์

น้อยแต่มาก ยากแต่ง่าย

บทความจำพวกน้อยแต่มาก ยากแต่ง่ายคล้ายกับการเขียนบทความประเภทเคล็ดลับ เช่น บทความรีวิวสินค้า รีวิวเพลง รีวิวภาพยนตร์ ที่ในความเป็นจริงมันควรจะเป็นบทความให้เราได้อ่านความคิดเห็นจากผู้ที่ใช้งานจริง ผู้รับชมจริง มีการวิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อย ความประทับใจ รวมถึงเรื่องลึกเบื้องหลังที่เราไม่รู้เกี่ยวกับสิ่งนั้น ๆ ผ่านประสบการณ์จริง

เนื่องจากข้อกำหนดของบทความจะต้องมีอย่างน้อย 400 คำ หรือ 1 หน้า A4 ทำให้หลายคนพยายามใส่น้ำไปให้มากที่สุด เนื้อหาของบทความประเภทนี้ หลายคนมักนำคุณสมบัติผลิตภัณฑ์ รายละเอียดของสินค้า เนื้อเพลง เรื่องย่อของภาพยนตร์ รวมไปถึงชื่อของนักแสดงที่ใส่มาเต็มยศยาวเหยียดทั้งภาษาไทยและอังกฤษ 

โดยนำเนื้อหาที่สามารถดูได้ที่ Official Website มาใส่ในบทความของตัวเอง เสริมด้วยความคิดเห็นส่วนตัวประมาณ 2-3 บรรทัด บรรยายว่าดีมาก ชอบมาก ซึ่งหากมองในมุมของนักอ่าน สิ่งเหล่านี้เราไม่ต้องการรู้ ไม่อยากรู้ แต่สิ่งที่ต้องการอ่านจากการรีวิวคือ ประสบการณ์จริง มีทั้งข้อดีและข้อเสีย หรือจุดด้อย และที่สนใจากที่สุดคือข้อควรระวังที่ควรมีมากกว่าข้อดี

ข้าง หลัง ภาพ

ภาพประกอบเป็นสิ่งที่สำคัญกับบทความ นักเขียนหน้าใหม่มักจะผิดพลาดในการหาภาพจากกูเกิ้ล ซึ่งจริง ๆ แล้วทางทรูไอดีฯ เคยแนะนำเว็บไซต์ที่ให้นำภาพประกอบมาใช้ได้แล้ว แต่หลายคนก็ยังใส่เครดิตให้ภาพไม่เป็นจึงเลือกจากสิ่งที่ใกล้ตัวและง่ายที่สุด แต่นั่นอาจทำให้ผิดลิขสิทธิ์และโดนฟ้องร้องได้

การใส่เครดิตใต้ภาพประกอบจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหา โดยสามารถใส่ได้ใต้ภาพนั้นเลย และควรใส่ลิงก์ให้กับข้อความให้เครดิตนั้นเปิดไปยังภาพต้นฉบับได้ ผู้เขียนเชื่อว่าหลายคนอาจจะไม่เข้าใจว่าสิ่งที่กำลังอธิบายคืออะไร

ภาพประกอบโดย xxx จากเว็บไซต์ AAA <<< ในประโยคให้เครดิตนี้นักเขียนสามารถทำให้กลายเป็นลิงก์คลิกเพื่อเปิดไปยังภาพต้นฉบับได้ โดยคลุมข้อความในส่วนนั้น กด ctrl และ k จะปรากฏหน้าต่างเล็ก ๆ ขึ้นเพื่อให้นำ url ของภาพไปใส่ จากนั้นกดยืนยันเป็นอันสมบูรณ์

  • ตัวอย่าง นักเขียนสามารถดูเว็บไซต์แจกภาพฟรีไม่ติดลิขสิทธิ์ได้ที่นี่ คลิก

ผิดเป็นครู

การเขียนบทความที่ดี นักเขียนจะต้องตรวจทานบทความของตัวเองซ้ำหลาย ๆ รอบ แม้จะขี้เกียจแต่ก็จะต้องตรวจ เพราะการเผยแพร่ข้อความที่ผิด เท่ากับเป็นตัวอย่างผิด ๆ ให้กับผู้อ่าน ดังนั้นก่อนจะกดส่งเพื่อรอรีวิว ควรอ่านซ้ำอีกครั้งว่ามีการสะกดผิดหรือไม่ ลืมเว้นวรรคตรงไหนบ้าง หรือมีประโยคใดที่เขียนวนไปวนมา

ข้อผิดพลาดที่นักเขียนหลายท่านมักลืมคือ การแบ่งย่อหน้าหรือย่อหน้าใหม่ โดยองค์ประกอบของย่อหน้าควรเล่าเรื่องเพียงประเด็นเดียว หากเล่าเรื่องหลายประเด็นควรจะตัดจบแล้วขึ้นย่อหน้าใหม่เพื่อให้ผู้อ่านสามารถแยกประเด็นในแต่ละย่อหน้าได้

การเว้นวรรคเป็นอีกจุดสำคัญที่หลายคนมักผิดพลาดด้วยความไม่รู้ โดยหลักความเป็นจริงแล้ว การเว้นวรรคมักจะเว้นหนึ่งเคาะหลังจบประโยค ส่วนการเขียนตัวเลขและภาษาอังกฤษก็ควรมีการเว้นวรรคเช่นกัน

  • ตัวอย่างที่ 1 สวัสดีครับ ผมขอซื้อปากกา 1 อันได้ไหมครับ
  • ตัวอย่างที่ 2 สื่อสังคมออนไลน์ facebook และ twitter เป็นที่นิยมของคนไทย
  • ตัวอย่างที่ 3 โซเชียลมีเดีย (Social Media) ยอดนิยมของคนไทยได้แก่ เฟซบุ๊ก (facebook) ทวิตเตอร์ (twitter)

ข้อควรระวังในการเว้นวรรคคือเมื่อถึงวงเล็บ ให้เว้นแค่ก่อนวงเล็บเปิด และหลังวงเล็บปิดเท่านั้น และการพิมพ์ไม้ยมก พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ทั้งฉบับ พ.ศ. 2525 และฉบับ พ.ศ. 2542 ระบุว่า การเขียนไม้ยมกที่ถูกต้องคือ ต้องเว้นวรรคทั้งหน้าและหลัง แต่ในเรื่องของไม้ยมก บางคนก็เว้นวรรคเพียงข้างหลังเพียงอย่าเดียวก็ไม่ถือว่าผิด

  • ตัวอย่าง  “สิ่งที่เป็นเส้น ๆ หุ้มยวงขนุน” และ “ติด ๆ กัน”

หน้าที่การตรวจคำผิดเป็นหน้าที่ของนักเขียน ก่อนจะส่งงานทุกครั้งจะต้องตรวจสอบความเรียบร้อยของบทความ และรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองได้เขียนลงไป ในการนำเสนอเรื่องราวควรมีความถูกต้องของภาษาอยู่ด้วย

การเขียนบทความให้ถูกใจ บก. อาจไม่มีหลักเกณฑ์ตายตัว แต่การหมั่นฝึกฝน และระมัดระวังการพิมพ์ผิด การตรวจเช็คซ้ำหลาย ๆ รอบ รวมไปถึงการทำตามกฎกติกา เงื่อนไขของทางเว็บไซต์ จะช่วยให้บทความของนักเขียนผ่านการอนุมัติจาก บก. ได้

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

บทความน่าอ่านต่อ


บทความล่าสุดในหมวด Lifestyle

• • •

หลักจิตวิทยา สร้างคำตอบรับจากผู้ฟัง

• • •


One thought on “เขียนบทความอย่างไร ให้ถูกใจ บก.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.